“หมายอาญา” ในตัวบท ป.วิ.อ.นั้น จะมีการให้ความหมายอยู่ที่ ป.วิ.อ.มาตรา๒(๙) ซึ่งอาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า “หมายอาญา” นั้น หมายความรวมถึง หมายจับ หมายค้น หมายขัง หมายจำคุก และ หมายปล่อย ในเรื่องหมายอาญามีคำพิพากษาฎีกาเกี่ยวกับหมายจำคุกอยู่ ๑ เรื่องที่น่าสนใจ คือ
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๒๕/๒๕๕๙ (เนติฯ ตอนที่ ๒ หน้า ๒๘๓) วินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นส่งคำพิพากษาศาลฎีกาไปให้ศาลจังหวัดราชบุรีอ่านให้จำเลยที่ ๑ ฟังก่อน แล้วจึงอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ ๒ ฟัง จึงเป็นการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ ๒ ฟังโดยชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๒ แล้ว จำเลยที่ ๒ จะกล่าวอ้างว่า การที่ศาลชั้นต้นอ่าน คำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ ๑ ฟังย่อมมีผลถึงจำเลยที่ ๒ ด้วยไม่ได้ เพราะขณะนั้นศาลชั้นต้นยังไม่อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ ๒ ฟังโดยเปิดเผย ทำให้จำเลยที่ ๒ ยังไม่ทราบผลตามคำพิพากษาศาลฎีกา ทั้งศาลชั้นต้นก็ยังไม่ได้บังคับคดีจำเลยที่ ๒ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแต่อย่างใด เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๘ บัญญัติเพียงว่า คำพิพากษามีผลตั้งแต่วันที่ได้อ่านในศาลโดยเปิดเผย เป็นต้นไปโดยไม่ได้บัญญัติวิธีพิจารณาไว้โดยเฉพาะว่าคดีถึงที่สุดเมื่อใด จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๗ มาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ซึ่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๗ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ซึ่งตามกฎหมายจะอุทธรณ์ หรือฎีกา หรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ไม่ได้นั้น ให้ถือว่าเป็นที่สุดตั้งแต่วันที่ได้อ่านเป็นต้นไป” คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้ จำเลยที่ ๒ ฟังเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕ คดีของจำเลยที่ ๒ จึงถึงที่สุด ในวันดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยระบุว่าคดีถึงที่สุดวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕ จึงชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว
อ้างอิง : วิชา สัมมนากฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา(อ.อรรถพล ใหญ่สว่าง) เล่มที่7 การบรรยายครั้งที่4 สมัยที่69
|