หัวข้อ : ฟ้องแย้งไม่ตกไป (ฎีกาที่น่าสนใจ)
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ







        กรณีที่โจทก์เสนอคำฟ้องต่อศาลโดยชอบแล้ว ภายหลังมีเหตุให้ศาลต้องสั่งจำหน่ายคดีสำหรับฟ้องเดิมออกจากสารบบความ เช่น โจทก์ทิ้งฟ้อง ถอนฟ้อง โจทก์ขาดนัดพิจารณาเหล่านี้ ทำให้ฟ้องเดิมเสร็จไปจากการพิจารณาของศาล แต่ยังคงมีตัวโจทก์ที่สามารถเป็นคู่ความในคดีได้ โจทก์จึงตกอยู่ในฐานะจำเลยตามฟ้องแย้งที่จะต้องพิจารณาสำหรับคดีในส่วนของฟ้องแย้งต่อไป ฟ้องแย้งจึงไม่ตกไปพร้อมกับฟ้องเดิมที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีไป

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๑๗๒/๒๕๓๕ โจทก์ขาดนัดพิจารณา ศาลมีคำสั่ง จำหน่ายคดีจากสารบบความตามมาตรา ๒๐๒ ฟ้องแย้งไม่ตกไป เพราะยังมีตัวโจทก์เดิม ที่จะเป็นจำเลยในส่วนของฟ้องแย้งต่อไป คงตกไปเฉพาะคำฟ้องเดิมเท่านั้น

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๘๖๖/๒๕๓๗ ตามคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยมีสิทธิฟ้องโจทก์ได้อยู่แล้ว แม้โจทก์จะไม่ฟ้องจำเลย การที่จำเลยฟ้องแย้งมาในคำให้การ ก็เพื่อความสะดวกในการดำเนินคดีของจำเลย และการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล มิใช่เพิ่งจะเกิดสิทธิที่จะฟ้องโจทก์ขึ้นมาภายหลังจากที่โจทก์ฟ้องจำเลย การที่โจทก์ไม่นำค่าขึ้นศาลมาเสียเพิ่มภายในกำหนดตามคำสั่งศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง การทิ้งคำฟ้องของโจทก์จะมีผลลบล้างแห่งการยื่นคำฟ้องรวมทั้งกระบวนพิจารณาอื่นๆ อันมีต่อมาภายหลังยื่นคำฟ้อง แต่ก็มีผลเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องของโจทก์เท่านั้น หามีผลไปถึงฟ้องแย้งของจำเลยไม่ เพราะเป็นคนละส่วนกัน ฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่ตกไป

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๙๐๙/๒๕๔๓ การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องเดิม ก็คงมีผลเฉพาะคดีโจทก์ว่าไม่มีฟ้องเดิมที่จะพิจารณาต่อไปเท่านั้น หามีผลทำให้ฟ้องแย้งตกไปไม่ เพราะโจทก์คือจำเลยตามฟ้องแย้ง คดีตามฟ้องแย้งจึงมีคู่ความครบถ้วนที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๖๐/๒๕๔๑ จำเลยฟ้องแย้งโจทก์ว่า โจทก์ประพฤติชั่ว ขอให้ถอนอำนาจปกครองบุตรของโจทก์ โดยให้จำเลยเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่ผู้เดียว ให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร กับให้ชำระค่าเลี้ยงชีพแก่จำเลย เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้แล้ว แม้ต่อมาโจทก์จะทิ้งฟ้องเดิมเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ ก็คงมีผลเฉพาะคดีโจทก์ว่าไม่มีฟ้องเดิมที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเท่านั้น หามีผลให้ฟ้องแย้งของจำเลยตกไปด้วยไม่ เพราะยังมีตัวโจทก์ ซึ่งเป็นจำเลยของฟ้องแย้งอยู่พร้อมที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง การที่ศาลชั้นด้นยกคำร้องว่าฟ้องแย้งตกไปด้วย กรณีจึงไม่ต้องพิจารณาสั่ง คำร้องขอให้โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งอีกต่อไป จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

        ในคดีที่มีจำเลยหลายคน จำเลยบางคนยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง จำเลย บางคนขาดนัดยื่นคำให้การ ก็ต้องพิจารณาคดีในส่วนของโจทก์กับจำเลยแต่ละคน เป็นรายๆ ไป เช่น ถ้าโจทก์ไม่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด ศาลย่อมมีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ สำหรับจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การ คำฟ้องเดิมในส่วนของโจทก์กับจำเลยที่ยื่นคำให้การและฟ้องแย้งยังคงอยู่และดำเนินคดีต่อไป ถ้าโจทก์ไม่ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง และจำเลยที่เป็นโจทก์ฟ้องแย้งไม่ยื่น คำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด ศาลย่อมต้องสั่งจำหน่ายคดีในส่วนของฟ้องแย้งด้วย คงพิจารณาคดีต่อไปสำหรับโจทก์กับจำเลยที่ยื่นคำให้การ และจำเลยคนอื่นๆ ถ้ามี

       

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๗๘/๒๕๔๙ คดีนี้ จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง โจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งแล้ว ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์มาศาล ส่วนจำเลยไม่มา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และได้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวจนเสร็จ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาย่อมถือได้ว่าจำเลยขาดนัดทั้งสองฐานะ คือ ทั้งที่เป็นจำเลย และที่เป็นโจทก์ฟ้องแย้งด้วย เมื่อโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนได้นำพยานหลักฐานมาสืบในประเด็นตามคำฟ้อง และคำให้การแก้ฟ้องแย้ง จึงถือได้ว่าโจทก์ในฐานะจำเลยฟ้องแย้งได้แจ้งให้ศาลทราบโดยปริยายว่าโจทก์ในฐานะจำเลยฟ้องแย้งได้ขอดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. ๒๐๑ (เดิม) แล้ว การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว และพิพากษาคดีในส่วนฟ้องแย้งจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว





ฟ้องแย้งไม่ตกไป (ฎีกาที่น่าสนใจ) | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 3896 ครั้ง
ลงวันที่ 15/02/2017 21:47:14





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน