คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๖๑๕/๒๕๓๐ การมอบฉันทะ และการขอเลื่อนคดีในคดี อาญา ป.วิ.อ. มิได้บัญญัติไว้ ด้องนำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ ทนายความอาจมอบฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมาทำการแทนได้ในกิจการที่ระบุไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา ๖๔ เท่านั้น สำหรับกิจการอย่างอื่นต้องพิเคราะห์เป็นเรื่องๆ ไปว่าเป็นกิจการสำคัญ ซึ่งโดยสภาพเป็นที่เห็นได้ว่าทนายความต้องกระทำด้วยตนเอง หรือไม่
คำขอเลื่อนคดีด้วยวาจาจะต้องกระทำโดยตัวความหรือทนายความเท่านั้น หากตัวความหรือทนายความไม่อาจมาศาลได้ จะต้องทำคำขอเลื่อนคดีเป็นลายลักษณ์อักษร และมอบฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมายื่นต่อศาล ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์ไม่มีอำนาจแถลงด้วยวาจาขอเลื่อนคดีต่อศาล การที่ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์ขอเลื่อน คดีต่อศาลด้วยวาจา ถือไม่ได้ว่าเป็นการแจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบ เมื่อโจทก์และทนายโจทก์ไม่ได้ขอเลื่อนคดีตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ทั้งไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบ การที่ศาลมีคำสั่งตัดพยานโจทก์ที่เหลือ จึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๗๓/๒๕๓๘ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และศาลให้นัดสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว ในวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๓๕ ก่อนถึงวันนัด จำเลยยื่นคำร้อง ขออนุญาตยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดไต่สวนคำร้องในวันเวลาเดียวกับที่นัดสืบพยานโจทก์ วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๓๕ จึงเป็นวันนัดไต่สวนคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การจำเลย และนัดสืบพยานโจทก์ด้วย เพราะศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งยกเลิกวันนัดสืบพยานโจทก์ แต่เมื่อถึงวันนัดดังกล่าว ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อนการไต่สวนขออนุญาตยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการไต่สวน และถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาให้ไต่สวน จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ และให้ดำเนินการสืบพยานโจทก์ต่อไป โดยถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายมาเพียงยื่นคำร้องขอเลื่อนการไต่สวนคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การเท่านั้น จึงถือไม่ได้ว่าทนายจำเลยมาศาลและร้องขอเลื่อนคดีเสียก่อนลงมือสืบพยานโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๙๗ วรรคสอง (เดิม) ดังนั้น ในเรื่องของการขาดนัดพิจารณาจึงถือได้ว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณา ให้สืบพยานโจทก์แล้วชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว จึงชอบแล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๙๐/๒๕๔๙ ในวันสืบพยาน ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายมาศาล และมีอำนาจในการยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี กำหนดวันนัดพิจารณาฟังคำสั่งและลงลายมือชื่อแทนทนายจำเลยเช่นนี้ เสมียนทนายจึงมีฐานะเป็นคู่ความแล้ว มิใช่ไม่มีคู่ความฝ่ายจำเลยมาศาล ตามป.วิ.พ. มาตรา ๒๐๐ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา จึงไม่ชอบ
|