หัวข้อ : สิทธิร้องขอกันส่วน วิ.แพ่ง ภาค4 กรณี สินสมรส
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ







สิทธิร้องขอกันส่วน วิ.แพ่ง ภาค4 กรณี สินสมรส

---------------------

 

สินสมรส

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๙๑๔/๒๕๓๖ โจทก์ผู้รับจำนองไม่ทราบถึงการที่ผู้ร้องมีส่วนเป็นเจ้าของและไม่ได้ยินยอมให้นำที่พิพาทส่วนของผู้ร้องเข้าร่วมจำนองด้วย เนื่องจาก ป. ผู้จำนองไม่ได้แจ้งให้ทราบ การจำนองจึงสมบูรณ์และมีผลผูกพันทรัพย์จำนองทั้งหมดทุกส่วน เมื่อจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของ ป. ถูกโจทก์ฟ้อง บังคับจำนองและศาลพิพากษาให้บังคับตามสัญญาจำนองได้แล้ว เช่นนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิจะบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้ ส่วนการที่ ป. นำทรัพย์ส่วนของผู้ร้องเข้าร่วมจำนองโดยไม่ได้รับความยินยอมของผู้ร้องนั้น หากเป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายอย่างไร ผู้ร้องก็ชอบจะว่ากล่าวเอาแก่ ป. หรือทายาท ป. เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก จะมาร้องขอกันส่วนให้บังคับคดีมีผลผิดไปจากคำพิพากษาหาได้ไม่

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๓๕๒/๒๕๔๐ บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สิน ของสามีภริยาท้ายทะเบียนการหย่า เป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๒ ย่อมมีผลบังคับผูกพันสามีภริยานับแต่นายทะเบียน จดทะเบียนการหย่าแล้ว หากจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นภริยาผิดสัญญา ผู้ร้องในฐานะคู่สัญญาซึ่งเป็นสามีย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ ๒ ปฏิบัติตามสัญญาได้ แต่เมื่อที่ดินพร้อมบ้านพิพาทอันเป็นสินสมรสและเป็นอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้ การได้มาโดยนิติกรรม ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นยังไม่บริบูรณ์ เว้นแต่ นิติกรรมจะได้ทำเป็นหนังสือและได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๒๙๙ วรรคหนึ่ง เมื่อผู้ร้องยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ดินพร้อมบ้านพิพาทในส่วนที่เป็นสินสมรสของจำเลยที่ ๒ จึงยังไม่ตกเป็นของผู้ร้อง การที่จำเลยที่ ๒ กับผู้ร้องได้กู้เงินจากธนาคาร ท. โดยผู้ร้องได้ขอให้จำเลยที่ ๒ นำที่ดิน พร้อมบ้านพิพาทไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้ จำเลยที่ ๒ และผู้ร้องในฐานะเจ้าของรวมย่อมต้องผูกพันในหนี้จำนองดังกล่าวต่อธนาคาร  ท.    ด้วย ผู้ร้องหาอาจอ้างเหตุที่จำเลยที่ ๒  ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่ามาให้เป็นที่เสื่อมเสียสิทธิของผู้รับจำนองโดยสุจริตได้ไม่ และเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ เด็ดขาด  ธนาคาร ท.  ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ผู้คัดค้านยึดที่ดินพร้อมบ้านพิพาทอันเป็นหลักประกันออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้จำนองได้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย   พ.ศ.๒๔๘๓   มาตรา ๙๕

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๗๗๒/๒๕๔๐ โฉนดที่ดินพิพาทมีชื่อ ท. ภริยาจำเลย เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ในเบื้องต้น ท. ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว เมื่อโจทก์คัดค้านว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรส ระหว่างจำเลยกับ ท. โจทก์จึงต้องมีหน้าที่นำสืบให้เห็นตามข้อกล่าวอ้าง ท. ภริยาจำเลย จดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดพิพาทไว้แก่ผู้ร้อง โดยผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองไม่ทราบว่า จำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทอยู่ครึ่งหนึ่ง ผู้ร้องจึงมิได้ให้ ท. นำจำเลยมาให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมจำนองที่ดินพิพาทตามระเบียบ และเมื่อโจทก์มิได้สืบพิสูจน์ให้ เห็นว่าผู้ร้องรับจำนองที่ดินพิพาทไว้โดยไม่สุจริต จึงต้องถือว่าผู้ร้องรับจำนองโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖  ดังนี้ การจำนองดังกล่าวจึงสมบูรณ์ และมีผลผูกพันที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์จำนองทั้งหมดทุกส่วน ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับ ชำระหนี้จำนองจากที่ดินโฉนดพิพาททั้งหมดก่อนเจ้าหนี้อื่น

         จะเห็นได้ว่า แนววินิจฉัย ของศาลฎีกาจะให้ความสำคัญต่อความสุจริตของเจ้าหนี้จำนอง อันส่งผลให้เจ้าหนี้ ดังกล่าวที่รับจำนองโดยสุจริตมีสิทธิบังคับเอาแก่สินสมรสได้ทั้งหมด จึงต่างไปจากกฎหมายสารบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘๘ 

 

อ้างอิง : วิชา กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค4(อ.สมชาย จุลนิติ์) เล่มที่14 การบรรยายครั้งที่13 สมัยที่ 69





สิทธิร้องขอกันส่วน วิ.แพ่ง ภาค4 กรณี สินสมรส | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1227 ครั้ง
ลงวันที่ 08/03/2017 20:48:41





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน