สิทธิร้องขอกันส่วน วิ.แพ่ง ภาค4 กรณี พระราชบัญญัติสหกรณ์
******************
พระราชบัญญัติสหกรณ์
พระราชบัญญัติสหกรณ์ฉบับแรก คือ พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งต่อมาได้ถูกยกเลิกและมีบัญญัติขึ้นใหม่คือพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ เจตจำนงของพระราชบัญญัติสหกรณ์มุ่งประสงค์จะคุ้มครองให้สหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ โดยเงินค่าหุ้นที่สมาชิกสหกรณ์ต้องจ่ายให้แก่สหกรณ์ กฎหมายบัญญัติให้ตกเป็นของสหกรณ์ทันที เพียงแต่สมาชิกจะมีสิทธิได้รับเงิน ค่าหุ้นของตนคืนก็ต่อเมื่อสมาชิกผู้นั้นได้พ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกของสหกรณ์เท่านั้น
นั่นคือ บรรดาเงินค่าหุ้นของสมาชิกสหกรณ์ที่ส่งให้แก่สหกรณ์ หากสมาชิกดังกล่าว ถูกบุคคลอื่นฟ้องและตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาอันเป็นหนี้เงิน เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของสมาชิกสหกรณ์ผู้นั่นก็ย่อมต้องการที่จะบังคับคดีเอาเงินค่าหุ้นของสมาชิกสหกรณ์ ที่เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของตนมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่กฎหมายสหกรณ์จะคุ้มครองสหกรณ์ซึ่งมีหน้าที่ต้องชำระค่าหุ้นคืนให้แก่สมาชิกในอันที่จะไม่ต้องส่งเงินค่าหุ้น ของสมาชิกคืนให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีในการบังคับคดีเอาแก่สมาชิกสหกรณ์ผู้นั้นทันที แต่จะส่งคืนให้ก็ต่อเมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ผู้นั้นได้พ้นสภาพจาก การเป็นสมาชิกของสหกรณ์แล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่ประสงค์จะบังคับคดีเอาแก่เงิน ค่าหุ้นดังกล่าวก็จะบังคับคดีโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องมีคำสั่งอายัดเงินค่าหุ้นชอง ลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นสมาชิกของสหกรณ์ไปยังสหกรณ์ โดยให้สหกรณ์ต้องส่งเงิน ค่าหุ้นดังกล่าวมายังเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ต่อเมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ได้พ้นจากการเป็นสมาชิกแล้วเท่านั้น
สรุปแนววินิจฉัยของศาลฎีกามีดังต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๕๙๓/๒๕๓๔ (ประชุมใหญ่) จำเลยเป็นสมาชิกและถือหุ้นในสหกรณ์ผู้ร้อง ซึ่งเงินค่าหุ้นที่จำเลยลงไว้ถือว่าเป็นเงินทุนของผู้ร้อง จำเลยจะถอนคืนได้ ต่อเมื่อจำเลยพ้นจากการเป็นสมาชิก ดังนี้ เพื่อป้องกันสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไว้ มิให้เสียหาย ศาลอาจออกคำสั่งอายัดเงินค่าหุ้นของจำเลยได้ แต่จะกำหนดในคำสั่งอายัด ให้เป็นการฝ่าฝืนข้อจำกัดหรือเงื่อนไขแห่งหนี้หาได้ไม่ เพราะจะทำให้การบังคับคดีมีผลกระทบต่อสิทธิของผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ที่ศาลชั้นต้นแก้ไขคำสั่งอายัดใหม่ให้ผู้ร้อง ส่งเงินค่าหุ้นของจำเลยแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน ๑๔ กัน นับแต่วันที่จำเลย พ้นจากการเป็นสมาชิกของผู้ร้อง แทนคำสั่งเดิมที่ให้ผู้ร้องส่งเงินค่าหุ้นของจำเลยแก่ เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันรับหมาย เป็นการสอดคล้องกับเงื่อนไข แห่งหนี้ที่ผู้ร้องต้องชำระแก่จำเลย จึงเป็นคำสั่งที่ชอบแล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๙๘/๒๕๔๕ แม้พระราชบัญญัติสหกรณ์ฯ มาตรา ๔๒ วรรคสอง จะกำหนดว่าในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลง ห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นของสมาชิกผู้นั้นก็ตาม แต่เงินค่าหุ้นที่จำเลย ที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเป็นสมาชิกของสหกรณ์ผู้ร้องได้ชำระให้แก่ผู้ร้องไปแล้ว ถือว่าเป็นเงินทุนของผู้ร้องที่จำเลยที่ ๑ ยังมีสิทธิเรียกร้องเอาคืนได้ ซึ่งตามระเบียบของผู้ร้องก็ระบุว่าจำเลยที่ ๑ จะโอนหรือถอนคืนค่าหุ้นบางส่วนหรือทั้งหมดในระหว่างที่ตนเป็นสมาชิกไม่ได้ สิทธิของจำเลยที่ ๑ ในการถอนคืนเงินค่าหุ้นดังกล่าวจึงมีเงื่อนไข ซึ่งการชำระเงินค่าหุ้นคืนของผู้ร้องก็มีเงื่อนไขในทำนองเดียวกัน อย่างไรก็ตามเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจออกคำสั่งอายัดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑๐ ทวิ ประกอบด้วยมาตรา ๓๑๑ วรรคสอง ทั้งนี้ ไม่ว่าหนี้ของผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคล ภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้ง ข้อจำกัด หรือเงื่อนไขใด และได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่ก็ตาม ในเมื่อสิทธิเรียกร้องนั้นไม่อยู่ในข้อยกเว้นในความรับผิด แห่งการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๖ แต่จะกำหนดในคำสั่งอายัดให้เป็นการฝ่าฝืนข้อจำกัดหรือเงื่อนไขแห่งหนี้นั้นหาได้ไม่ ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดให้ผู้ร้องส่งเงินค่าหุ้นของจำเลยที่ ๑ แก่ เจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อจำเลยที่ ๑ พ้นจากการเป็นสมาชิกของผู้ร้องแล้ว จึงหามีผล กระทบต่อสิทธิของผู้ร้องไม่ ทั้งคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดียังสอดคล้องกับเงื่อนไขแห่งหนี้ที่ผู้ร้องต้องชำระแก่จำเลยที่ ๑ กรณีจึงไม่เป็นคำสั่งอายัดที่ขัดต่อพระราชบัญญัติสหกรณ์ฯ มาตรา ๔๒ วรรคสอง
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๐๔๒/๒๕๕๒ เงินค่าหุ้นของผู้คัดค้านที่ผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเป็นสมาชิกของสหกรณ์ผู้ร้องที่ ๒ ที่ได้ชำระแก่ผู้ร้อง ที่ ๒ ไปแล้ว แม้จะเป็นเงินทุนของผู้ร้องที่ ๒ แต่ผู้คัดค้านก็ยังมีสิทธิเรียกร้องเอาคืนได้ อีกทั้งมิใช่ทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๕, ๒๘๖ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องที่ ๒ จัดส่งเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือถึงผู้ร้องที่ ๒ ขออายัดเงินค่าหุ้นของผู้คัดค้านในสหกรณ์ผู้ร้องที่ ๒ โดยให้จัดส่งเงินตามที่อายัดภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันถึงกำหนดจ่าย คำสั่งอายัดดังกล่าวเป็นคำสั่ง ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๒ (๓) ผู้ร้องที่ ๒ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม หลังจากผู้ร้องที่ ๒ ได้รับหนังสือแจ้งอายัดแล้ว ผู้ร้องที่ ๒ กับเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือโต้ตอบกันเกี่ยวกับเงินที่มีคำสั่งอายัดหลายฉบับ แต่ช่วงเวลาดังกล่าวผู้คัดค้านยังมิได้ขาดจากการเป็นสมาชิกของผู้ร้องที่ ๒ ผู้ร้องที่ ๒ จึงยังไม่มีหน้าที่ต้องส่งเงินค่าหุ้นให้เจ้าพนักงานบังคับคดี แต่เมื่อผู้คัดค้านขาดจากการเป็นสมาชิกของผู้ร้องที่ ๒ ผู้คัดค้านย่อมมีสิทธิเรียกร้องเงินค่าหุ้นนั้น เป็นผลให้เงินค่าหุ้น ถึงกำหนดจ่าย ผู้ร้องที่ ๒ จึงมีหน้าที่ต้องส่งเงินค่าหุ้นตามคำสั่งอายัด จะอ้างว่า เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดอีกหลายฉบับต่อจากคำสั่งอายัดเดิมถือว่าคำสั่ง อายัดเดิมเป็นอันสิ้นผล และผู้ร้องที่ ๒ ได้รับคำสั่งอายัดเงินค่าหุ้นครั้งสุดท้ายหลังจากที่ผู้ร้องที่ ๒ ได้นำเงินค่าหุ้นของผู้คัดค้านไปหักกลบลบหนี้กับเงินกู้ของผู้คัดค้านแล้ว หาได้ไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๕๑๖/๒๕๕๕ เมื่อศาลออกหมายบังคับคดี ผู้คัดค้าน ย่อมมีอำนาจในฐานเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ในอันที่จะรับชำระหนี้หรือทรัพย์สิน ที่ลูกหนี้นำมาวางยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา รวมทั้งมีอำนาจ รวบรวมเงินให้พอชำระตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอายัดเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องชำระให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๗๘ และมาตรา ๒๘๒ (๓) หรือในกรณีที่ศาลเห็นสมควร ศาลจะกำหนดไว้ในหมายบังคับคดีระบุให้ผู้คัดค้านจัดการ ยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องต่อบุคคลภายนอกของลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ได้ ตามมาตรา ๓๑๑ วรรคสอง ทั้งนี้ไม่ว่าหนี้ของผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะมีข้อโต้แย้ง ข้อจำกัดหรือเงื่อนไขหรือไม่ จำเลยที่๑ เป็นสมาซิกของผู้ร้องย่อมมีสิทธิที่จะได้รับเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนนับแต่วันที่เข้าเป็นสมาชิกของผู้ร้อง เพียงแต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องมีมติที่ประชุมใหญ่สมาชิกก่อน สิทธิเรื่องร้องดังกล่าวที่จำเลยที่ ๑ มีต่อผู้ร้องจึงเป็นหนี้ ที่มีเงื่อนไข ซึ่งผู้คัดค้านมีอำนาจอายัดได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๑๑ วรรคสาม คำสั่ง ของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องส่งเงินดังกล่าวภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันถึงกำหนดจ่ายเงินในแต่ละประเภท มิได้เป็นการฝ่าฝืนบทกฎหมายแต่ประการใด พระราชบัญญัติสหกรณ์ฯ มาตรา ๔๒ วรรคสอง ห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นของสมาชิกในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นยังไม่สิ้นสุดลง มุ่งหมายที่จะคุ้มครองทุนของ สหกรณ์ที่ได้มาจากค่าหุ้นของสมาชิกมิให้ลดน้อยถอยลงเพราะเหตุที่สมาชิกเป็นหนี้บุคคลภายนอก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของสหกรณ์เท่านั้น มิใช่บทกฎหมาย ที่ห้ามเจ้าหนี้มิให้ใช้สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นของสมาชิกเป็นการเด็ดขาดตลอดไป การอายัดเงินสะสมหรือเงินค่าหุ้นของสมาชิกไว้ก่อน โดยให้สหกรณ์ส่งเงินสะสมหรือค่าหุ้นเมื่อสมาชิกผู้นั้นพ้นจากการเป็นสมาชิกภาพเพื่อป้องกันสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิให้เสียหายย่อมกระทำได้และไม่ขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าว คำสั่งอายัดของผู้คัดค้านที่กำหนดให้ผู้ร้องส่งเงินสะสมหรือเงินค่าหุ้นของจำเลยภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันถึงกำหนดจ่ายเงินในแต่ละประเภทแม้ไม่เป็นการเจาะจงให้ผู้ร้องต้องส่งเงินสะสมหรือเงินค่าหุ้นของจำเลยที่ ๑ ไปให้ผู้คัดค้านในระหว่างที่จำเลยที่ ๑ ยังเป็นสมาชิก แต่ก็ไม่ชัดแจ้งว่าเป็นการกำหนดให้ส่งเงินสะสมหรือค่าหุ้นของจำเลยที่ ๑ ต่อเมื่อจำเลยที่ ๑ พ้นจากการเป็นสมาชิกแล้วหรือไม่ จึงเห็นสมควรแก้ไขคำสั่งอายัดของผู้คัดค้านในส่วนนี้ เพื่อให้ชัดแจ้งและสอดคล้องกับ พ.ร.บ.สหกรณ์ฯ มาตรา ๔๒ วรรคสอง
สรุป แต่ ณ ขณะนี้ ได้มีพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ บัญญัติออกมาโดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓ แก้ไขความในมาตรา ๔๒ วรรคสอง โดยบัญญัติความใหม่ขึ้นมาดังต่อไปนี้
มาตรา ๔๒ วรรคสอง “ในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลง ห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องหรืออายัดค่าหุ้นของสมาชิกผู้นั้น และเมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง สหกรณ์มีสิทธินำเงินตามมูลค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่มาหักกลบลบหนี้ที่สมาชิกผูกพันต้องชำระหนี้แก่สหกรณ์ได้ และให้สหกรณ์มีฐานะเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิพิเศษเหนือเงินค่าหุ้นนั้น”
นอกจากนี้ ยังได้บัญญัติเพิ่มเติมมาตรา ๔๒/๑ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๔๒/๑ “เมื่อสมาชิกได้ทำความยินยอมเป็นหนังสือไว้กับสหกรณ์ ให้ผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานของรัฐ หรือนายจ้างในสถานประกอบการ หรือหน่วยงานอื่นใดที่สมาชิกปฏิบัติหน้าที่อยู่ หักเงินเดือนหรือเงินค่าจ้าง หรือเงินอื่นใด ที่ถึงกำหนด จ่ายแก่สมาชิกนั้น เพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นที่มีต่อสหกรณ์ ให้แก่สหกรณ์ตามจำนวนที่สหกรณ์แจ้งไป จนกว่าหนี้หรือภาระผูกพันนั้นจะระงับสิ้นไป ให้หน่วยงานนั้น หักเงินดังกล่าวและส่งเงินที่หักไว้นั้นให้แก่สหกรณ์โดยพลัน การแสดงเจตนายินยอมตามวรรคหนึ่ง มิอาจจะถอนคืนได้ เว้นแต่สหกรณ์ให้ความยินยอมการหักเงินตามวรรคหนึ่ง ต้องหักให้สหกรณ์เป็นลำดับแรก ถัดจากหนี้ภาษีอากรและการหักเงินเข้ากองทุนที่สมาชิก ต้องถูกหักตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กฎหมายว่าด้วยกองทุนลำรองเลี้ยงชีพ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยการ ประกันสังคม”
สรุป จึงเห็นได้ว่านับแต่นี้ไป ปัญหาข้อขัดแย้งเกี่ยวกับสหกรณ์ในอันที่จะถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีเกี่ยวกับเงินค่าหุ้นที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นสมาชิกของสหกรณ์และมีหนี้สินต่อสหกรณ์ ซึ่งเดิมศาลฎีกาวินิจฉัยให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิบังคับคดีได้โดยไม่ยอมให้สหกรณ์นำเงินค่าหุ้นที่จะต้องชำระคืนให้แก่สมาชิกที่เป็นลูกหนี้ ตามคำพิพากษามาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่สมาชิกดังกล่าวมีแก่สหกรณ์ได้ ย่อมหมด ปัญหาแล้ว อีกทั้งจะเห็นได้ว่า บทบัญญัตินี้ให้สหกรณ์มีฐานะเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิพิเศษ เหนือเงินค่าหุ้นของสมาชิกอีกด้วย
อ้างอิง วิชา กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค4(อ.สมชาย จุลนิติ์) เล่มที่14 การบรรยายครั้งที่13 สมัยที่ 69
|