ระหว่างพูดคุยกับผู้เสียหายทั้งสามที่บ้านของจำเลย ผู้เสียหายที่ 1 พูดไม่เข้าหูจำเลยทำนองว่าจะเอาอาวุธปืนมายิงจำเลย เมื่อผู้เสียหายทั้งสามออกจากบ้านจำเลยไป เหตุโกรธเคืองยุติกันไปแล้ว แต่จำเลยนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ ต. ขับตามผู้เสียหายทั้งสามไปโดยจำเลยเตรียมนำอาวุธปืนติดตัวไปด้วย ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ต. ยังได้ขับรถจักรยานยนต์เลี้ยวเข้าไปในทางแยกแล้วจึงย้อนกลับออกมาแซงรถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายที่ 1 ขับไปดักรอผู้เสียหายทั้งสามอยู่ข้างหน้า เช่นนี้เหตุโกรธเคืองได้ขาดตอนไปแล้ว ในระหว่างนั้นจำเลยย่อมมีโอกาสคิดไตร่ตรองไว้ก่อนแล้วว่าจะใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายที่ 1 เพื่อแก้แค้นและติดตามไปฆ่า จนกระทั่งได้โอกาสไปดักรอผู้เสียหายทั้งสามอยู่ในจุดเกิดเหตุ จำเลยก็ใช้อาวุธปืนที่เตรียมไปยิงผู้เสียหายที่ 1 จึงเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อ. มาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 80, 83
แต่การที่จำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ด้วยนั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 มีเหตุโกรธเคืองกันจนถึงกับจำเลยต้องคิดฆ่าบุคคลทั้งสอง การที่จำเลยยิงผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ด้วย ก็เพราะบุคคลทั้งสองนั่งรถจักรยานยนต์มากับผู้เสียหายที่ 1 จึงเป็นการคิดฆ่าในทันทีมิได้ไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยจึงมีความผิดร่วมกันฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83
|