หัวข้อ : การออกหมายจับ ฎีกาที่น่าสนใจที่ 479/2555 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 59, 59/1, 66, 67, 193
หมวดหมู่ : รวมคำพิพากษาศาลฎีกา ที่น่าสนใจ (ฎีกา 5ดาว)







ป.วิ.อ. มาตรา 59 วรรคสาม และวรรคสี่ มีวัตถุประสงค์จะให้กระบวนการยุติธรรมในชั้นการขอออกหมายจับ การขอเพิกถอนหมายจับ ตลอดจนการแก้ไขเยียวยาความเสียหายแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องยุติไปในระดับศาลชั้นต้น ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหา ผู้ต้องจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่ง

 

                ย่อยาว

 

                คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นออกหมายจับผู้ต้องหาในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตาม ป.อ. มาตรา 326, 328

 

                ผู้ต้องหายื่นคำร้องว่า การที่ศาลชั้นต้นออกหมายจับผู้ต้องหามิได้เป็นไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 66 (2) ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่มีวัตถุประสงค์ในอันที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพราะผู้ต้องหาเป็นข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งในระดับสูง จึงไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ขอให้เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาและระงับการดำเนินการตามหมายจับไว้ชั่วคราว

 

                ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลใช้ดุลพินิจในการออกหมายจับตามอำนาจหน้าที่ และพยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนหมายจับและระงับการดำเนินการตามหมายจับ ยกคำร้อง

 

                ผู้ต้องหาอุทธรณ์

 

                ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาฉบับลงวันที่ 3 มิถุนายน 2551 ของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ผู้ร้อง และเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องทราบโดยเร็ว

 

                ผู้ร้องฎีกา

 

                ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “ข้อเท็จจริงรับฟังได้เบื้องต้นว่าเดิมผู้ร้องยื่นคำร้องขอออกหมายจับผู้ต้องหา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ออกหมายจับผู้ต้องหาฉบับลงวันที่ 3 มิถุนายน 2551 ต่อมาผู้ต้องหายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายจับดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ต้องหา ผู้ต้องหายื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหา ผู้ร้องฎีกา

 

                มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องขอเพิกถอนหมายจับผู้ต้องหานั้น ผู้ต้องหามีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อขอให้เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาได้หรือไม่ เห็นว่า ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 24 บัญญัติว่า “ให้ผู้พิพากษาคนหนึ่งมีอำนาจดังต่อไปนี้

 

                1) ออกหมายเรียก หมายอาญา หรือหมายสั่งให้ส่งคนมาจากหรือไปยังจังหวัดอื่น

 

                2) ..........ฯลฯ

 

                สำหรับอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวในการออกหมายอาญาประเภทหมายจับนั้น จะต้องปรากฏเหตุตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 66 ซึ่งบัญญัติว่า “เหตุที่จะออกหาจับได้มีดังต่อไปนี้

 

                1) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ

 

                2) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี....” และตามมาตรา 59/1 บัญญัติต่อไปว่า “ก่อนออกหมาย จะต้องปรากฏพยานหลักฐานตามสมควรที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่ามีเหตุที่จะออกหมายตามมาตรา 66 มาตรา 69 หรือมาตรา 71

 

                จากบทบัญญัติดังกล่าว เห็นว่า การออกหมายจับผู้ต้องหาตามคำร้องของพนักงานสอบสวนเป็นอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้น เพื่อให้การสอบสวนผู้ต้องหาดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม โดยไม่มีปัญหาติดขัด ล่าช้าหรือมีอุปสรรคในการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 โดยที่ขณะนั้นยังไม่เป็นการฟ้องคดีมาสู่การพิจารณาของศาล แต่เป็นอำนาจพิเศษที่กฎหมายบัญญัติให้ผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้นมีอำนาจออกหมายจับผู้ต้องหาตามคำร้องของพนักงานสอบสวนได้ ภายใต้บทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 66 และมาตรา 59/1 โดยเฉพาะ จึงไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายมีความประสงค์จะให้ผู้ต้องหายื่นอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 เพราะจะทำให้การดำเนินงานกระบวนการยุติธรรมประสบอุปสรรคและเกิดความล่าช้า ดังจะเห็นได้จาก ป.วิ.อ. มาตรา 59 วรรคสาม บัญญัติเป็นใจความว่า “ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีเหตุอันควรโดยผู้ร้องขอไม่อาจไปพบศาลได้ ผู้ร้องขออาจร้องขอต่อศาลทางโทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นที่เหมาะสมเพื่อขอให้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้ ในกรณีเช่นว่านี้เมื่อศาลสอบถามจนปรากฏว่ามีเหตุที่จะออกหมายจับได้ตามมาตรา 59/1 และมีคำสั่งให้ออกหมายนั้นแล้ว...” และตามวรรคสี่ ตอนท้าย บัญญัติว่า “...หากความปรากฏต่อศาลในภายหลังว่าได้มีการออกหมายจับไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ศาลอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนหมายจับหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายจับได้ ทั้งนี้ ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอจัดการแก้ไขเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควรก็ได้” โดยบทบัญญัติของมาตรานี้ก็ได้ระบุวิธีการให้ศาลชั้นต้นซึ่งออกหมายจับมีอำนาจโดยตรงในการแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากการออกหมายจับผู้ต้องหาโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ทั้งมิได้ระบุให้สิทธิแก่ผู้ต้องหาในการยื่นอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นแต่อย่างใด แสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างชัดเจนว่า มีวัตถุประสงค์จะให้กระบวนการยุติธรรมในชั้นการขอออกหมายจับ การขอเพิกถอนหมายจับตลอดจนการแก้ไขเยียวยาความเสียหายแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องยุติไปในระดับศาลชั้นต้นเท่านั้น อีกประการหนึ่ง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 67 ยังได้บัญญัติว่า “หมายจับคงใช้ได้อยู่จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิดอาญาตามหมายนั้นขาดอายุความหรือศาลซึ่งออกหมายนั้นได้ถอนหมายคืน” ดังนั้น หากผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้ว หมายจับก็ย่อมสิ้นผลไปในตัว หรือหากคดีขาดอายุความ หรือศาลชั้นต้นซึ่งออกหมายจับนั้นถอนหมายจับคืนเสียแล้ว หมายจับก็ย่อมสิ้นผลเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุผลดังที่ได้วินิจฉัยประกอบกันมาผู้ต้องหาจึงไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เพิกถอนหมายจับต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของผู้ต้องหาเป็นการสั่งรับอุทธรณ์ไม่ชอบ และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบที่จะไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ต้องหาเช่นกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ต้องหานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องในข้ออื่นอีก เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป

 

                พิพากษากลับ ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ต้องหาและยกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1

---------------------------------------------
ประเด็นกฎหมายน่าสนใจอยู่หลายเรื่อง เช่น มาตรา 66 เหตุออกหมายจับ มาตรา 67 หมายจับมีผลถึงเมื่อไร มาตรา 59 วรรคสาม การขอออกหมายกรณีจำเป็นเร่งด่วน 59/1 ก่อนออกหมาย จะต้องปรากฏพยานหลักฐาน..., แต่ประเด็นของเรื่องทั้งหมดน่าจะเป็นมาตรา 193 เรื่องอุทธรณ์





การออกหมายจับ ฎีกาที่น่าสนใจที่ 479/2555 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 59, 59/1, 66, 67, 193 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2775 ครั้ง
ลงวันที่ 26/01/2014 15:05:34





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน