หัวข้อ : หลัก “การนั่งพิจารณา” คำบรรยายเนติ เล่มที่ 5 วิ.แพ่ง ภาค1(อ.อุดม เฟื่องฟุ้ง) สมัยที่ 70
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ







“การนั่งพิจารณา” หมายความว่า การที่ศาลออกนั่งเกี่ยวกับการพิจารณาคดี เช่น ชี้สองสถาน สืบพยาน ทำการไต่สวน ฟังคำขอต่างๆ และฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจา

        การนั่งพิจารณาคดีมีความหมายแคบกว่าการพิจารณา การนั่งพิจารณาคดีคือ การที่ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาคดีบนบัลลังก์ต่อหน้าคู่ความ หรือกระทำในห้องทำงานของศาลตามความเหมาะสมกรณีที่บัลลังก์มีไม่พอ การไปสืบพยานนอกศาลที่เรียกว่าการเผชิญสืบนั้นก็เป็นการนั่งพิจารณา แต่ถ้าผู้พิพากษาเรียกตัวความมาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งฝ่ายเดียว เช่น ขอให้มาแก้ไขข้อบกพร่องในคำร้องที่ยื่นมาอย่างนี้ ไม่เรียกว่าเป็นการนั่งพิจารณา

        จะเห็นได้ว่า การนั่งพิจารณานั้น แม้คดีที่มีคำพิพากษาแล้วก็อาจมีการนั่ง พิจารณาได้ เช่นการสืบพยานในชั้นร้องขัดทรัพย์ หรือข้อพิพาทในชั้นบังคับคดี

        อาจจะมีปัญหาขึ้นมาว่า ถ้าไม่มีคดีจะมีการนั่งพิจารณาได้หรือไม่ ข้อสงสัยนี้จะหาคำตอบได้ในมาตรา ๑๐๑ กรณีที่มีการขอสืบพยานไว้ก่อนที่ยังไม่มีคดีก็มีการนั่งพิจารณาได้

        ข้อที่จะต้องเข้าใจความแตกต่าง'ระหว่างการพิจารณาตาม (๘) และการนั่งพิจารณาตาม (๙) ก็คือการนั่งพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา การพิจารณา ตาม (๘) นั่นจะทำต่อหน้าคู่ความหรือไม่ก็ได้ เช่น การปรึกษาคดีก็เป็นการพิจารณา (นัยฎีกาที่ ๑๕๘๗/๒๕๑๔) แต่การนั่งพิจารณาจะต้องกระทำต่อหน้าคู่ความตามหลักการ ในมาตรา ๓๕, ๓๖ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้น

        ตามบทวิเคราะห์ศัพท์นี้มีคำพิพากษาฎีกาอยู่สองเรื่องที่วินิจฉัยโดยวางหลักอย่างเดียวกัน คือ คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๙๘๔/๒๕๔๑ และคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๘๑๐/๒๕๔๒ คำสั่งศาลจังหวัดที่กำหนดการนั่งพิจารณาคดีของศาลจังหวัด ณ ที่ว่าการอำเภอก็ยังคงอยู่ในอำนาจศาลจังหวัด คำสั่งดังกล่าวมิใช่เป็นการการกำหนดสถานที่เปิดเป็นที่ตั้งศาลถาวรแห่งใหม่ แต่เป็นการกำหนดสถานที่เพื่อให้ประชาชนทราบว่าศาลจังหวัดมีที่ทำการอีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งเป็นอำนาจของศาลที่จะกำหนดให้นั่งพิจารณา ณ สถานที่อื่นหรือที่ใดๆ ภายในเขตอำนาจของตนตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๕ คำสั่ง ดังกล่าวจึงมิใช่คำสั่งจัดตั้งศาลยุติธรรมขึ้นมาใหม่ มิใช่เรื่องที่ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ และไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

        แม้ ป.วิ.พ. มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปโดยรวดเร็วเป็นประโยชน์แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดี การแปลความบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้องแปลความหมายให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ กล่าวคือ ย่อมรวมถึงการนั่งพิจารณาคดีอันได้แก่ การยื่นคำฟ้อง คำร้อง คำขอต่างๆ รวมถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวเนื่องกับการนั่งพิจารณาด้วย มิใช่แปลจำกัดเคร่งครัดแต่เฉพาะการนั่งพิจารณาคดีเป็นรายเรื่องไป เพราะมิฉะนั้นแล้วย่อมไม่อาจบรรลุวัตถุประสงค์แห่งกฎหมายและหาประโยชน์อันแท้จริงมิได้ อีกทั้งการแปลความจำกัดเฉพาะอำนาจที่กำหนดการนั่งพิจารณา ณ สถานที่อื่นไม่รวมถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว ยิ่งก่อให้เกิดความไม่สะดวกและล่าช้ายิ่งขึ้น คำสั่งศาลจังหวัดดังกล่าว จึงถือว่าเป็นการจำเป็นตามความหมายแห่งมาตรา ๓๕ หาต้องเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๘ หรือความจำเป็นตาม   ป.อ. มาตรา ๖๗ ทั้งคำสั่งดังกล่าวมิใช่คำสั่งให้เปิดทำการศาล จึงไม่ต้องกระทำในรูปพระราชกฤษฎีกาและไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมและไม่ นอกเหนืออำนาจของผู้พิพากษาหัวหน้าศาลตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๐ การที่ศาล แปลความมาตรา ๓๕ ตามวัตถุประสงค์ หรือความมุ่งหมายของบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการ ปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา ๔ โดยชอบแล้ว

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๔๑๒/๒๕๕๔ การสอบจำเลยเรื่องทนายความก่อนเริ่มการ พิจารณาตามบทบัญญัติของ ป.วิ.อ. มาตรา ๑๗๓ วรรคสอง เป็นการที่ศาลออกนั่ง เกี่ยวกับการพิจารณาคดี จึงเป็นการนั่งพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑ (๙) ประกอบ ด้วย ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ ซึ่งจะต้องอยู่ในบังคับของพระธรรมนูญศาลยุติธรรมว่าด้วยองค์คณะผู้พิพากษา แต่เมื่อการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อออกคำสั่งใดๆ ซึ่งมิใช่การชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดี จึงเป็นอำนาจของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นคนเดียวตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๒๔ (๒) การที่ผู้พิพากษาของศาลชั้นต้นคนเดียวได้สอบจำเลยเรื่องทนายความ และได้ลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาจึงชอบแล้ว

        การสืบพยานโจทก์ที่ศาลอาญามีผู้พิพากษาสองคนนั่งพิจารณาครบองค์คณะแล้ว แม้หากมีผู้พิพากษาศาลอาญาอีกคนหนึ่งมาร่วมลงลายมือชื่อโดยที่ไม่ได้นั่งพิจารณาก็เป็นเพียงการดำเนินกระบวนพิจารณาเกินไปกว่าที่กฎหมายกำหนดเท่านั้นหามีผลให้การนั่งพิจารณาที่ถูกต้องกลับกลายเป็นไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ ส่วนการอ่านคำพิพากษาเป็นการดำเนินการหลังคดีเสร็จการพิจารณา เมื่อผู้พิพากษาได้ลงชื่อในคำพิพากษาครบองค์คณะตามกฎหมายแล้ว การอ่านคำพิพากษาย่อมกระทำได้โดยผู้พิพากษาคนเดียว

 

อ้างอิง คำบรรยายเนติ เล่มที่ 5 วิ.แพ่ง ภาค1(อ.อุดม เฟื่องฟุ้ง) สมัยที่ 70





หลัก “การนั่งพิจารณา” คำบรรยายเนติ เล่มที่ 5 วิ.แพ่ง ภาค1(อ.อุดม เฟื่องฟุ้ง) สมัยที่ 70 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1088 ครั้ง
ลงวันที่ 01/01/2018 15:41:29





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน