คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๑๖/๒๕๔๕ การปิดคำคู่ความหรือเอกสาร ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๗๙ วรรคหนึ่ง หมายถึง การนำคำคู่ความ หรือเอกสารไปติดไว้ที่ภูมิสำเนาหรือ สำนักทำการงานของคู่ความ ซึ่งต้องกระทำให้มีลักษณะแน่นหนาไม่หลุดออกไปโดยง่าย ฉะนั้น การที่เจ้าพนักงานศาลผู้ส่งเพียงแต่นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับหมายนัดสืบพยานโจทก์ไปเสียบไว้ที่เหล็กใช้เป็นมือจับสำหรับปิดเปิดประตูเหล็กยืดที่บ้านจำเลย ซึ่งอาจหลุดและปลิวไปได้โดยง่าย จึงไม่อาจถือว่าเป็นการปิดคำคู่ความหรือเอกสารโดยชอบ ตามบทบัญญัติของมาตราดังกล่าว ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การ และกำหนดวันนัดสืบพยานโดยชอบ
ข้อสังเกต การส่งหมายเรียก ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๗๓ ทวิ ที่ศาลสั่งให้ส่ง หมายเรียกทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยให้คู่ความมีหน้าที่เสียค่าธรรมเนียมในการส่ง และพนักงานไปรษณีย์เป็นผู้ส่ง ให้ถือว่า คำคู่ความที่ส่งโดยพนักงานไปรษณีย์มีผลเสมือนเจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่ง ให้นำบทบัญญัติ มาตรา ๗๔, ๗๖ และ ๗๗ มาใช้บังคับ มีผลทันทีที่มีผู้รับ หรือมีผู้อื่นรับแทนโดยชอบ ไม่ใช่มีผลเมื่อล่วงพ้น ๑๕ วัน เพราะถือเป็นการส่งแบบธรรมดา
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๒๙๓/๒๕๔๗ หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องได้ส่งให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ มีผลเสมือนว่าเจ้าพนักงานศาล เป็นผู้ส่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๗๓ ทวิ เมื่อ ร. ซึ่งเป็นภรรยาของจำเลยที่ ๒ ซึ่งมี อายุเกิน ๒๐ ปี และอยู่บ้านเดียวกันได้รับหมายเรียกและสำเนาคำพ้องดังกล่าว ย่อม ถือได้ว่ามีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ ๒ โดยชอบแล้ว ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๗๖ วรรคหนึ่ง จำเลยที่ ๒ อาจยื่นคำให้การได้ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ภรรยาของจำเลยที่ ๒ ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับเช่นนี้ หาใช่เป็นการส่งโดยวิธีอื่นตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๗๙ ไม่
อ้างอิง หนังสือรวมคำบรรยายเนติบัณฑิต 2/70 วิชา กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค2 (อ.สุวัฒน์ วรรธนะหทัย) เล่มที่6 การบรรยายครั้งที่1
|