วิธีการชั่วคราวตามมาตรา ๒๖๔ ในชั้นเพื่อบังคับตามคำพิพากษา เปรียบเทียบกับการขอทุเลาการบังคับคดี
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๗๒/๒๕๒๕ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งยก คำร้องของจำเลยที่ขอให้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาทของจำเลยใหม่ พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ระงับการจำหน่าย จ่าย โอนที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องที่ให้ระงับการจำหน่าย จ่าย โอนที่ดินพิพาท คำสั่งของศาลอุทธรณ์ในเรื่องนี้มิใช่คำสั่งอันเรื่องเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาของศาล เพราะได้มีการบังคับคดีไปตามคำพิพากษาโดยการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยแล้ว คำขอของจำเลยต่อศาลชั้นต้นเป็นคำขอเพื่อให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิฎีกาได้ตามมาตรา ๒๒๘ (๒) ประกอบมาตรา ๒๔๗
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๐๖/๒๕๓๔ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอให้สั่งงดขายทอดตลาดที่ดินพิพาทไว้ก่อนเพื่อบรรเทาความเสียหาย เป็นเรื่องขอให้คุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ กรณีไม่ใช่เรื่องขอทุเลาการบังคับตามมาตรา ๒๓๑ เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้งดการขายทอดตลาด ตามคำร้องของผู้ร้องอันเป็นคำสั่งเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างการพิจารณา โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาได้ตามมาตรา ๒๒๘ (๒) ประกอบ มาตรา ๒๔๗
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๔/๒๕๓๓ อำนาจในการสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์เป็นอำนาจเฉพาะของศาลอุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวรวมตลอดถึงเรื่องการพิจารณาหลักประกันด้วย คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด คู่ความจะฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์มิได้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๐๘๘/๒๕๕๓ การทุเลาการบังคับ กฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำเลยหาประกันสำหรับค่าเสียหาย ที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจนถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีกเป็นเวลาหนึ่งปี มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง จำเลยจะฎีกาคำสั่งดังกล่าวอีกมิได้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๖๒๑/๒๕๔๘ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ ๑ และ บริวารออกจากที่ดินพิพาท กับให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์และขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ โดยให้จำเลยที่ ๑ วางเงินประกัน ค่าเสียหายภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่จำเลยที่ ๑ ขอขยายระยะเวลาวางเงิน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ดังนี้ คดีที่จำเลย ที่ ๑ ขอทุเลาการบังคับอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การขอขยายระยะเวลา วางหลักประกันเป็นเรื่องต่อเนื่องกับคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่สั่งเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค ๒ไม่อนุญาต ให้ขยายระยะเวลา จำเลยที่ ๑ จึงไม่มีสิทธิฎีกา
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๑๖๘/๒๕๓๒ การทุเลาการบังคับคดีและการเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี กฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป ถ้าเป็นการขอให้เพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีในระหว่างอุทธรณ์ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในเรื่องดังกล่าวแล้ว คู่ความจะฎีกาคำสั่งนั้นต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และบังคับตามฟ้องแย้งของจำเลย โจทก์อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์เช่นนี้การที่จำเลยยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษาโดยขอให้ศาลอุทธรณ์ไต่สวนและกำหนดวิธีการ ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป ก็เท่ากับเป็นการขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่อนุญาตให้โจทก์ทุเลาการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์ และบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมิใช่เป็นการร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณา เพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิหรือประโยชน์ที่พิพาทกันได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๒๖๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องแล้ว จำเลยจะฎีกาคำสั่งนั้นอีกไม่ได้
อ้างอิง : หนังสือรวมคำบรรยายเนติบัณฑิต วิชา กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค4 (อ.สมชาย จุลนิติ์) เล่มที่6 การบรรยายครั้งที่ 5
|