หลักเกณฑ์ “การห้ามฟ้องซ้ำในคดีอาญา” ตามป.วิ.อ.มาตรา ๓๙(๔) มีดังต่อไปนี้
(๑) ที่ว่า จำเลยเป็นคนเดียวกัน (จำเลยคดีก่อนกับคดีหลังเป็นคนเดียวกัน) นั้น สำหรับโจทก์จะไม่ใช่คนเดียวกันก็ได้
(๒) ที่ว่า ประเด็นข้อกล่าวหาเป็นมูลความผิดเดียวกัน (การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวกัน) หากการพิจารณาคดีของศาลยังมิได้วินิจฉัยถึงมูลความผิดของจำเลย เช่นนี้ ย่อมไม่ใช่กรณีสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามป.วิ.อ.มาตรา ๓๙ (๔)
(๓) ที่ว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว (ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว)
ตามหลักเกณฑ์ (๓) มีประเด็นที่น่าสนใจ เช่น
การที่ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะคำฟ้องไม่ได้ลงลายมือชื่อโจทก์หรือผู้เรียงถือว่ายังมิได้วินิจฉัยความผิดซึ่งได้ฟ้อง ฟ้องใหม่ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๕๑๐/๒๕๕๕)
ในคดีรับของโจรหาก จำเลยรับทรัพย์อันเป็นของโจรไว้ในคราวเดียว แม้จะมีทรัพย์อันเป็นของโจรจำนวน หลายรายการก็ต้องถือว่าเป็นการกระทำกรรมเดียว เมื่อศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว สิทธิในการนำคดีมาฟ้องในคดีซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวกันย่อมระงับไป ตามป.วิ.อ.มาตรา ๓๙ (๔) (คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๔๑๐/๒๕๕๕) แต่การถ้าจำเลย
มิได้รับของโจรไว้ในวันเดียวกันและในคราวเดียวกัน ย่อมมิใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวกัน แม้ศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมไม่ระงับ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๕๗๑/๒๕๕๕)
อ้างอิง หนังสือรวมคำบรรยายเนติบัณฑิต วิชา สัมมนากฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา(อ.อรรถพล ใหญ่สว่าง) เล่มที่6 การบรรยายครั้งที่3
|