มิใช่เรื่องของการพิมพ์ผิดพลาด แต่เป็นการคำนวณผิดพลาด โจทก์อาจขอแก้ไขคำฟ้องให้ถูกต้องได้ แต่โจทก์กลับมิได้ขอแก้ไข
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๔๐/๒๕๔๘ (เน้น*) จำนวนหนี้ที่จำเลยจะต้องรับผิดตามที่โจทก์ บรรยายมาในตอนต้นของคำฟ้องรวมแล้วเป็นเงิน ๒๐,๒๓๔,๑๗๗.๕๔ บาท แต่ในตอนท้ายของคำฟ้องโจทก์กลับสรุปว่าจำเลยเป็นหนโจทก์รวมเป็นเงิน ๑๒,๓๕๗,๘๒๑.๙๗ บาท พร้อมกับมีคำขอบังคับให้ชำระหนี้จำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ ซึ่งเป็นการคำนวณผิดพลาด แต่โจทก์ก็มิได้ขอแก้ไขคำฟ้องให้ถูกต้อง การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ยอดหนี้ ทั้ง ๕ รายการ เป็นเงิน ๒๐,๒๓๔,๑๗๗.๕๔ บาท แต่โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องเป็นเงิน เพียง ๑๒,๓๕๗,๘๒๑.๙๗ บาท ถือว่าโจทก์ประสงค์จะบังคับชำระหนี้ตามจำนวนหนี้ที่ ระบุในคำขอท้ายฟ้อง และพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน ๑๒,๓๕๗,๘๒๑.๙๗ บาท นั้น เท่ากับศาลชั้นต้นเห็นแล้วว่าจำนวนหนี้รวมเป็นเงิน ๒๐,๒๓๔,๑๗๗.๕๔ บาท แต่ไม่อาจพิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวได้ เพราะเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ ที่ห้ามมิให้ศาลพิพากษาเกินคำขอ จึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีในกรอบแห่งกระบวนพิจารณา มิใช่เป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ ตามมาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่ง ที่โจทก์จะขอให้แก้ไขได้ แต่โจทก์ชอบที่จะต้องอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามที่มาตรา ๒๒๓ ให้ สิทธิไว้
อ้างอิง : หนังสือรวมคำบรรยายเนติ 2/70 วิชา กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค1(อ.อำนาจ พวงชมภู) เล่มที่7 การบรรยายครั้งที่5
|