หัวข้อ : นัดยื่นคำให้การ ข้อสอบเนติฯ สมัยที่ 60 ปีการศึกษา 2550
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ







        คดีที่มูลความแห่งคดีเป็นการชำระหนี้ ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ และ จำเลยบางคนขาดนัดยื่นคำให้การเคยนำมาออกเป็นข้อสอบเนติฯ สมัยที่ ๖๐ ปี การศึกษา  ๒๕๕๐ ดังนี้

        คำถาม โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ผู้กู้และจำเลยที่ ๒ ผู้ค้ำประกันให้ร่วมกันชำระ หนี้แก่โจทก์ตามสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกันจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อม ดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดีว่าจำเลยที่ ๑ ไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ สัญญากู้เป็นเอกสารปลอมขอให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ยื่นคำขอต่อศาล ให้มีคำพิพากษาชี้ขาดให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ามูลความ แห่งคดีที่โจทก์เป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่ง แยกจากกันมิได้ให้รอการพิพากษาไว้ก่อน เมื่อศาลดำเนินการพิจารณาคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ เสร็จสิ้นแล้ว จะได้มีคำพิพากษา ต่อไป ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ คู่ความทราบนัดโดยชอบแล้ว ในวันนัดสืบพยาน โจทก์ จำเลยที่ ๑ มาศาล ส่วนโจทก์และจำเลยที่ ๒ ไม่มีผู้ใดมา จำเลยที่ ๑ แถลง ต่อศาลขอให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปโดยจำเลยที่ ๑ ไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า เมื่อโจทก์และจำเลยที่ ๒ ขาดนัดพิจารณาและจำเลยที่ ๑ ไม่ประสงค์จะสืบพยาน จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ จำเลยทั้งสองต่างยืนอุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสอง การที่ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

        ให้วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฟังขึ้นหรือไม่

        ธงคำตอบ กรณีระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ เมื่อโจทก์ไม่มาศาลในวันสืบพยานและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ให้ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๐ วรรคหนึ่ง  แต่จำเลยที่   ๑  ได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลชั้นต้นต้องพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีส่วนของจำเลยที่ ๑ ไปฝ่ายเดียวตามมาตรา ๒๐๒ เมื่อจำเลยที่ ๑ แถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีไปตามภาระการพิสูจน์ เมื่อโจทก์มีภาระการพิสูจน์ แต่โจทก์ไม่มีพยานมาสืบในประเด็นข้อพิพาทจึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี (คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๑๘๑/๒๕๓๕, ๑๔๑๑/๒๕๔๑) ศาลชั้นต้นชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ ๑ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความจึงไม่ชอบ อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น

        กรณีระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๒ การที่จำเลยที่ ๒ ซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การ ไม่มาศาลในวันสืบพยานระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ ไม่ถือว่าจำเลยที่ ๒ ขาดนัด พิจารณาตามมาตรา ๑๙๘ ตรี วรรคสอง ที่ศาลชั้นต้นถือว่า จำเลยที่ ๒ ขาดนัด พิจารณา จึงไม่ชอบ เมื่อโจทก์ขาดนัดพิจารณาและจำเลยที่ ๑ แถลงขอให้ศาล ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป โดยจำเลยที่ ๑ ไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นต้องวินิจฉัย คดีระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ ไปตามภาระการพิสูจน์ และต้องพิพากษายกฟ้อง เพราะ โจทก์ไม่ได้นำสืบให้ได้ความตามที่ฟ้อง และศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้อง ตลอดไปถึงจำเลยที่ ๒ ได้ด้วย เพราะมูลความแห่งคดีเป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ฟังขึ้น


อ้างอิง  รวมคำบรรยายเนติฯ เล่มที่ 9 วิชา กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค2(อ.สุวัฒน์ วรรธนะหทัย) ครั้งที่4 สมัยที่ 70





นัดยื่นคำให้การ ข้อสอบเนติฯ สมัยที่ 60 ปีการศึกษา 2550 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2014 ครั้ง
ลงวันที่ 30/01/2018 09:21:12





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน