แบบคำฟ้องความผิดหลายกระทง
มาตรา ๑๖๐ บัญญัติวางหลักเกณฑ์การฟ้องความผิดหลายกระทงไว้ว่า “ความผิดหลายกระทง จะรวมในฟ้องเดียวกันก็ได้ แต่ให้แยกกระทงเรียงเป็นลำดับกันไป”
ดังนั้น แม้หากทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรม แต่คำฟ้อง โจทก์มิได้บรรยายฟ้องแยกกระทงเรียงเป็นลำดับไปตามมาตรา ๑๖๐ ศาลก็ลงโทษ จำเลยหลายกระทงไม่ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๕๑๒/๒๕๕๒ หลักเกณฑ์การบรรยายฟ้องความผิดหลายกระทงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๖๐ วรรคหนึ่ง ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า การที่โจทก์บรรยายฟ้องในฟ้องข้อ ๑ ก. รวมการกระทำความผิดฐานพาผู้เสียหายที่ ๑ ไปเพื่อการอนาจาร และพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารอยู่ในฟ้องข้อเดียวกัน แยกออกจากฟ้องข้อ ๑ ข. ฐานข่มขืนกระทำชำเรานั้น โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพาผู้เสียหาย ที่ ๑ ไปเพื่อการอนาจารและพรากผู้เยาว์เพียงกรรมเดียว หาใช่มุ่งประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตาม ป.อ. มาตรา ๙๑ เหมือน เช่นความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๑ ตามฟ้องข้อ ๑ ข. อีกกระทง หนึ่งไม่ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาเรียงกระทงลงโทษจำเลยฐานพาผู้เสียหายที่ ๑ ไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๓ ทวิ วรรคแรก กระทงหนึ่ง และฐานพรากผู้เยาว์ตามมาตรา ๓๑๙ วรรคแรก อีกกระทงหนึ่ง จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอและนอกความประสงค์ของโจทก์ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๒ วรรคหนึ่ง และวรรคสี่
อ้างอิง : วิชา สัมมนากฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ศอ.ธานิศ เกศวพิทักษ์) เล่มที่10 การบรรยายครั้งที่1 สมัยที่ 70
|