หัวข้อ : ฎีกา5ดาว* ฎีกาที่ 6398/2560 กฎหมายอาญา มาตรา59-106 (ภาคปกติ) อ.เกียรติขจรฯ 25-5-61 สมัยที่ 71
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมายอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)





ฎีกา5ดาว* ฎีกาที่ 6398/2560 กฎหมายอาญา มาตรา59-106 (ภาคปกติ)

อ.เกียรติขจรฯ 25-5-61 เนติบัณฑิต สมัยที่ 71

---------------------

 

คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๓๘๙/๒๕๖๐ ข้อเท็จจริงมีดังนี้
    ขณะที่นางสาว ช. อายุ ๑๕ ปีเศษ ขับรถจักรยานยนต์ไปตามถนน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ขับรถจักรยานยนต์ไล่ติดตามไปเพี่อจะข่มขืนกระทำชำเราและเบียดแซงจนรถจักรยานยนต์ของนางสาว ช. ล้มลงข้างถนนเป็นเหตุให้นางสาว ช. หมดสติ แล้วจำเลยทั้งสองลงจากรถไปถอดกางเกงนางลาว ช. ลงมาถึงหัวเข่า แต่มีรถจักรยานยนต์คันอื่น ผ่านมา จำเลยทังสองจึงรีบขับรถจักรยานยนต์กลับไป
    เพื่อนนางสาว ช. ซึ่งติดตามหานางสาว ช. พบนางสาว ช. นอนหมดสติอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ นางสาว ข. ถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล นางสาว ช. มีบาดแผล ถลอกตามลำตัว บาดแผลที่ศีรษะ กะโหลกศีรษะแตกร้าว และมีภาวะแท้งลูกจากยาที่ใช้ รักษาอาการทางสมอง นางสาว ช. รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดมา จนกระทั่งวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๘ จึงได้ถึงแก่ความตายเนื่องจากการติดเชื้อในกระแสโลหิตจากภาวะแทรกซ้อน


    ฎีกาที่ ๖๓๘๙/๒๕๖๐ วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดตามมาตรา ๒๘๐ (๒) ประกอบมาตรา ๘๓ โดยให้เหตุผลดังนี้
    การกระทำอนาจารอันเป็นความผิดและถูกลงโทษตามมาตรา ๒๘๐ (๒) นั้น จะต้องได้ความว่าผลคือความตายของผู้ถูกกระทำอนาจารเกิดจากการกระทำอนาจาร แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่า นางสาว ช. ถูกจำเลยทั้งสองขับรถจักรยานยนต์แซงเบียดจนรถจักรยานยนต์ของนางสาว ช. ล้มลงจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย จากการติดเชื้อในกระแสโลหิตจากภาวะแทรกซ้อน ความตายของนางสาว ช. ย่อมมิใช่ “ผลโดยตรง” อันเกิดจากการที่จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำอนาจารผู้ตาย จำเลยทั้งสอง จึงมีความผิดฐานร่วมกันกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ เท่านั้น
 





ฎีกา5ดาว* ฎีกาที่ 6398/2560 กฎหมายอาญา มาตรา59-106 (ภาคปกติ) อ.เกียรติขจรฯ 25-5-61 สมัยที่ 71 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1190 ครั้ง
ลงวันที่ 27/05/2018 11:44:44





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน