ในคดีเเพ่ง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความเเพ่ง
มาตรา 56 วรรคเเรก
"ผู้ไร้ความสามารถหรือผู้ทำการแทนจะเสนอข้อหาต่อศาลหรือดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆได้ ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยความสามารถและตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ การให้อนุญาตหรือยินยอมตามบทบัญญัติเช่นว่านั้น ให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวนความ "
จากบทบัญญัติดังกล่าว การฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีของผู้เยาว์ในคดีเเพ่งสามารถกระทำได้ 2 วิธี
1.ผู้เยาว์เข้าดำเนินคดีด้วยตนเอง โดยได้รับความยินยอมจากผู้เเทนโดยชอบธรรม
2.ผู้เเทนโดยชอบธรรมเข้าดำเนินคดีเเทนผู้เยาว์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816-817/2494
ผู้เยาว์เมื่อได้รับความยินยอมจากบิดาเเล้ว ย่อมเป็นโจทก์ฟ้องคดีไถ่ถอนการขายฝากได้โดยลำพังตนเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5527/2541
เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้เยาว์ได้รับความยินยอมจากบิดามารดาให้ฟ้องและดำเนินคดีแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นฟ้องและดำเนินคดีแทนได้
ในคดีอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 5 บุคคลเหล่านี้จัดการแทนผู้เสียหายได้
(1) ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล เฉพาะแต่ในความผิดซึ่งได้กระทำต่อผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความดูแล
มาตรา 3 บุคคลดั่งระบุไว้ใน มาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 6 มีอำนาจจัดการต่อไปนี้แทนผู้เสียหายตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ
(2) เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาหรือเข้ารวมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ
มาตรา 28 บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล
(1) พนักงานอัยการ
(2) ผู้เสียหาย
จากบทบัญญัติดังกล่าว ในกรณีที่ผู้เยาว์เป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดอาญา ศาลฎีกาได้วางหลักไว้ว่าผู้เยาว์จะฟ้องคดีอาญาด้วยตนเองไม่ได้ ต้องให้ผู้เเทนโดยชอบธรรมเป็นผู้ฟ้องคดีเเทนเท่านั้น เเละผู้เเทนโดยชอบธรรมจะให้ความยินยอมเเก่ผู้เยาว์ในการฟ้องคดีอาญาก็ไม่ได้เช่นกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1123/2479
การฟ้องความ(อาญา)เป็นกิจการอันหนึ่ง ผู้เยาว์จะทำเองไม่ได้ ต้องทำโดยผู้เเทนโดยชอบธรรม หากไม่มีผู้เเทนโดยชอบธรรมต้องปฎิบัติตาม ป.วิ.อ.มาตรา 6 ตั้งผู้เเทนเฉพาะคดี
สรุป
ผู้เยาว์จะฟ้องคดีเเพ่งทำได้ 2 วิธี คือ
- ผู้เยาว์ฟ้องเองโดยได้รับความยินยอมจากผู้เเทนโดยชอบธรรม
- ผู้เเทนโดยชอบธรรมเข้าดำเนินคดีเเทนผู้เยาว์
ผู้เยาว์จะฟ้องคดีอาญาทำได้ 1 วิธี คือ
- ผู้เเทนโดยชอบธรรมเข้าดำเนินคดีเเทนผู้เยาว์
ดังนั้นผู้เยาว์ที่จะเข้าดำเนิน "คดีเเพ่ง" ด้วยตนเองโดยได้รับความยินยอมจากผู้เเทนโดยชอบธรรมนี้ คงใช้ได้เฉพาะผู้เยาว์ที่อายุใกล้จะครบ 20 ปีบริบูรณ์ คงไม่ใช่ให้ความยินยอมเเก่ผู้เยาว์อายุน้อยๆเช่น อายุ 10 ขวบ เพราะคงจะยังไม่สามารถเข้าดำเนินคดีในศาลได้ด้วยตนเอง (อ.ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ : อาจารย์ผู้บรรยายเนติบัณฑิต,ผู้พิพากษาศาลฎีกา)
|