ความแตกต่างระหว่างห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนและไม่จดทะเบียน
สัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนมีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 1012 “อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น” ซึ่งเมื่อเป็นห้างหุ้นส่วนแล้วจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้ หากมีการจดทะเบียนก็จะมีผลทางกฎหมายแตกต่างกับห้างหุ้นส่วนที่ไม่จดทะเบียน ดังนี้
1. การเป็นนิติบุคคล
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ไม่เป็นนิติบุคคล
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน เป็นนิติบุคคล มีสิทธิ หน้าที่และความรับผิดแยกต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วน(มาตรา 1015)
2. การถือเอาประโยชน์กับบุคคลภายนอก
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนจะถือเอาสิทธิใด ๆ แก่บุคคลภายนอกในกิจการค้าขายซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนนั้นหาได้ไม่ (มาตรา 1049)
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนอาจถือเอาประโยชน์แก่บุคคลภายนอกในบรรดาสิทธิอันห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนนั้นได้มา แม้ในกิจการซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตน (มาตรา 1065)
3. การค้าขายแข่งกับห้างหุ้นส่วนของตน
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือประโยชน์ผู้อื่น โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ(มาตรา 1038)
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งคนใดในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้น ไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่น หรือไปเข้าเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนอื่น ซึ่งประกอบกิจการอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนนั้น เว้นไว้แต่จะได้รับคำยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นทั้งหมด(มาตรา 1066) ***มาตรา 1066 มีข้าห้ามเพิ่มขึ้นมากกว่ามาตรา 1038 คือ ห้ามมิให้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนอื่นซึ่งประกอบกิจการอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนของตน
4. ความรับผิดในหนี้ต่อบุคคลภายนอก
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนต้องรับผิดในหนี้ ที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้ทำไปในทางธรรมดาการค้าขายของห้าง (มาตรา 1050)
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนต้องรับผิดในหนี้ซึ่งหุ้นส่วนผู้จัดการได้ทำไปภายในวัตถุประสงค์ของห้าง (มาตรา 1064(2), 1050, 820)
5.ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดในหนี้ต่อบุคคลภายนอกเพียงใด
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดในหนี้ของห้าง โดยบุคคลภายนอกสามารถเรียกร้องจากผู้เป็นหุ้นส่วนโดยตรง โดยใช้อายุความทั่วไปของหนี้นั้นๆ ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่มีสิทธิให้เจ้าหนี้ไปบังคับเอากับทรัพย์ของห้างก่อน
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดในหนี้ของห้างเมื่อห้างผิดนัดและมีอายุความ 2 ปี นับแต่ผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นออกจากห้าง (มาตรา 1068,1070) และผู้เป็นหุ้นส่วนมีสิทธิที่จะเรียกให้เจ้าหนี้ไปบังคับเอากับทรัพย์สินของห้างก่อนได้หากยังมีพอชำระหนี้และบังคับได้ไม่อยาก(มาตรา 1071)
6. สิทธิของเจ้าหนี้ส่วนตัวของผู้เป็นหุ้นส่วน
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน เจ้าหนี้ส่วนตัวของผู้เป็นหุ้นส่วนใช้สิทธิเรียกร้องในหนี้ส่วนตัวของผู้เป็นหุ้นส่วนเมื่อมีการผิดนัดโดยไม่มีข้อจำกัด
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ถ้าห้างยังมิได้เลิกกัน เจ้าหนี้ของผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะตัวย่อมใช้สิทธิได้แต่เพียงในผลกำไรหรือเงินซึ่งห้างหุ้นส่วนค้างชำระแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นเท่านั้น ถ้าห้างหุ้นส่วนเลิกกันแล้วเจ้าหนี้ย่อมใช้สิทธิได้โดยไม่มีจำกัด (มาตรา 1072)
7.ข้อจำกัดอำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการ
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนคนหนึ่งในการทำสัญญาผูกพันผู้เป็นหุ้นส่วนอื่น ไม่มีผลถึงบุคคลภายนอก(มาตรา 1053)
- กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ข้อจำกัดอำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการในการทำสัญญาผูกพันห้างและผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นมีผลผูกพันบุคคลภายนอกเนื่องจากมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว(มาตรา 1022,1064(4)) บุคคลภายนอกจึงฟ้องห้าง และผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นไม่ได้ในกรณีหุ้นส่วนผู้จัดการทำเกินขอบอำนาจ เว้นแต่ หนี้นั้นอาจแบ่งแยกได้หรือผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นให้สัตยาบัน
อ้างอิง : นักกฎหมายสายแข็ง StrengthLawyer
|