คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2564 ผู้มรณภาพไม่ได้ทำพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดก การที่ผู้มรณภาพได้สั่งเสียก่อนมรณภาพให้โจทก์นำศพผู้มรณภาพไปฌาปนกิจด้วยวาจานั้น เมื่อพิจารณาถึงบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646 ที่ว่า "ผู้ใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่างๆอันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้"
การจัดการทำศพเป็นกิจการอย่างหนึ่งซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของผู้ตาย ดังนั้น การจะทำให้บังเกิดผลบังคับได้ตามกฎหมายก็ต้องแสดงเจตนาโดยทำเป็นพินัยกรรม ซึ่งจะต้องทำตามแบบใดแบบหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ 5 แบบ ตามมาตรา 1655 ถึงมาตรา 1663
ดังนั้น แม้ผู้มรณภาพสั่งเสียโจทก์ให้ช่วยฌาปนกิจศพผู้มรณภาพก็ตาม แต่ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ที่จะกระทำได้ คำสั่งเสียของผู้มรณภาพที่ให้โจทก์เป็นผู้จัดการทำศพผู้มรณภาพย่อมไม่บังเกิดผลตามกฎหมายข้างต้น
ขณะถึงแก่มรณภาพ ผู้มรณภาพมีทรัพย์มรดกเป็นเงินสดและที่ฝากไว้กับธนาคารจำนวนหนึ่ง ทรัพย์สินดังกล่าวของผู้มรณภาพได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศ ย่อมตกเป็นสมบัติของวัด ตามมาตรา 1623
ส่วนโจทก์และน้องคนอื่นของผู้มรณภาพ แม้เป็นทายาทโดยธรรมในลำดับที่ 3 ตามมาตรา 1629 (3) ก็ไม่มีสิทธิรับมรดกดังกล่าวของผู้มรณภาพ ย่อมไม่อาจที่จะมอบหมายตั้งให้บุคคลใดเป็นผู้จัดการทำศพผู้มรณภาพ
การที่วัดซึ่งเป็นบุคคลผู้ได้รับทรัพย์มรดกโดยสิทธิโดยธรรมตามผลของมาตรา 1623 อันเป็นจำนวนมากที่สุด จึงเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่จัดการทำศพผู้มรณภาพตามมาตรา 1649 วรรคสอง
|