สิทธิของผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาที่จะติดต่อกับบุคคลภายนอกและได้รับการดูแล
ม.7/1 ให้สิทธิแก่ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาที่จะติดต่อกับบุคคลภายนอกและได้รับการดูแลตามสมควร
มีข้อสังเกตว่า ผู้ถูกจับและผู้ต้องหา อันที่จริงก็คือ บุคคลคนเดียวกัน เพราะเมื่อถูกจับแล้วก็ถือว่าเป็นผู้ต้องหา กล่าวคือ เป็น “บุคคลผู้ถูกหาว่าได้กระทำความผิดแต่ยังไม่ได้ถูกฟ้องต่อศาล” ตามมาตรา 2(2) ทั้งนี้เพราะ ป.วิ.อ. มาตรา 85 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “เจ้าพนักงานผู้จับหรือรับตัวผู้ถูกจับไว้ มีอำนาจค้นตัวผู้ต้องหา” โดยกฎหมายมิได้ใช้คำว่าค้นตัวผู้ถูกจับ เป็นการแสดงให้เห็นว่าการจับก็คือการ “หาว่าได้กระทำความผิด” วิธีหนึ่งนั่นเอง ผู้ถูกจับจึงตกเป็น “ผู้ต้องหา” ทันทีที่ถูกจับ
ม.7/1 วรรคหนึ่ง ให้สิทธิผู้ต้องหาแจ้งเองหรือขอให้เจ้าพนักงานแจ้งให้ผู้ใกล้ชิดทราบถึง (1) การถูกจับกุม และ (2) สถานที่ที่ถูกควบคุมในโอกาสแรกและให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหามีสิทธิตามที่ระบุไว้ในมาตรา 7/1 วรรคหนึ่ง (1), (2), (3), (4)
พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งรับมอบตัวผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหามีหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาทราบถึงสิทธิต่าง ๆ ดังกล่าวในโอกาสแรก
D2015/47 การแจ้งสิทธิของผู้ต้องหา ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับให้ต้องระบุไว้ในบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน
ผลของการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 7/1
หากเจ้าพนักงานฝ่าฝืนมาตรา 7/1 เช่น เมื่อถูกจับขอร้องแล้วแต่ก็ไม่แจ้งให้ผู้ใกล้ชิดผู้ถูกจับทราบถึงการถูกจับหรือแจ้งล่าช้า หรือไม่แจ้งให้ทราบถึงสิทธิต่าง ๆ ตาม (1), (2), (3), (4) หรือแจ้งล่าช้าหรือแจ้งทันที แต่ประวิงการใช้สิทธิต่าง ๆ ของผู้ถูกจับ ผลของการไม่ปฏิบัติตาม คือ
มาตรา 7/1 มิได้บัญญัติให้ศาลไม่รับฟัง ถ้อยคำของผู้ต้องหาที่ให้ต่อพนักงานสอบสวนหลังจากที่เจ้าพนักงานไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าพนักงานต้องกระทำ ซึ่งต่างจากกรณีมาตรา 134/4 วรรคท้าย ซึ่งมีบทบัญญัติชัดเจนว่า หากพนักงานสอบสวนไม่กระทำ ผลก็คือ ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้ไว้แก่พนักงานสอบสวนก็รับฟังไม่ได้ ข้อสังเกต มาตรา 134/4 วรรคท้ายบัญญัติห้ามไม่ให้รับฟัง หากไม่มีการแจ้งสิทธิก็ไม่รวมถึงการแจ้งสิทธิตามมาตรา 7/1 เพราะการแจ้งสิทธิตามมาตรา 7/1 บัญญัติอยู่ในมาตรา 84 วรรคสอง มิได้บัญญัติอยู่ในมาตรา 84 วรรคหนึ่ง มาตรา 134/4 วรรคท้าย บัญญัติห้ามไม่ให้รับฟังถ้อยคำอื่น เป็นพยานหลักฐานก็เฉพาะในกรณีที่ไม่ได้มีการแจ้งสิทธิตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 84 วรรคหนึ่งเท่านั้น ไม่รวมมาตรา 84 วรรคสองด้วย (มาตรา 84 วรรคสอง บังคับให้แจ้งสิทธิตามมาตรา 7/1 แก่ผู้ถูกจับ)
อย่างไรก็ตาม มีความเห็นว่า หากพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจไม่แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบในโอกาสแรกที่ถูกจับว่าผู้ต้องหามีสิทธิพบและปรึกษาทนายความ ตามที่มาตรา 7/1 บัญญัติให้แจ้ง ถ้อยคำของผู้ต้องหาก็ “รับฟังไม่ได้” เพราะถือว่า “ได้มาโดยมิชอบ” ตามที่ มาตรา 226 บัญญัติไว้
อธิบาย หากเป็นถ้อยคำที่ให้ออกมาโดยสมัครใจ (ไม่มีการข่มขู่ ฯลฯ) ก็ถือว่าเป็น “พยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยชอบ (เพราะเป็นถ้อยคำโดยสมัครใจ) แต่ได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบ (เพราะเจ้าพนักงานมิได้แจ้งสิทธิตามมาตรา 7/1)” ดั้งนั้น แม้มาตรา 226/1 จะห้ามมิให้ศาลรับฟัง แต่ศาลก็อาจใช้ดุลพินิจตามมาตรา 226/1 รับฟังถ้อยคำนั้น ๆ ก็ได้
การไม่แจ้งสิทธิตามมาตรา 7/1 (เดิมคือมาตรา 7 ทวิ) 4063/49 วินิจฉัยว่า “บันทึกการจับกุม” ไม่อาจรับฟังได้
|