ป.วิ.อ. มาตรา 57 บัญญัติว่า “ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในมาตรา...92...จะ..ค้นในที่รโหฐานหาตัวคนหรือสิ่งของ... ต้องมีคำสั่งหรือหมายของศาลสำหรับการนั้น”
อธิบาย
อนุมาตรา 1 เป็นการให้อำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่จะเข้าไปในที่รโหฐานโดยไม่ต้องมีหมายค้น เพื่อเป็นการ “ป้องกัน” การกระทำความผิดหรือเพื่อ “จับกุม” ผู้กระทำความผิดเมื่อมี “เสียงร้องให้ช่วย” หรือมีเสียง หรือพฤติการณ์อื่นใด อันแสดงว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นในที่รโหฐานนั้น
อนุมาตรา 2 ความผิดซึ่งหน้านั้น ต้องปรากฏซึ่งหน้าเจ้าพนักงานผู้ค้น ไม่ใช่ซึ่งหน้าบุคคลอื่นแล้วมาบอกกล่าวแก่เจ้าพนักงานอีกทอดหนึ่ง
ตัวอย่าง ส.ต.ต.ขาว กำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นสายตรวจอยู่ ได้เห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเสพยาเสพติดในบ้านหลังหนึ่งในเวลาเที่ยงคืน ส.ต.ต.ขาวเข้าไปในบ้านหลังนั้นและจับกลุ่มวัยรุ่นนั้นมาดำเนินคดีได้เพราะ
1) การเข้าไปในบ้านแม้จะเป็นการค้นในที่รโหฐานก็กระทำได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น เพราะ ป.วิ.อ.มาตรา 92(2) ให้อำนาจทำได้เนื่องจากปรากฏความผิดซึ่งหน้ากำลังกระทำลงในที่รโหฐาน
2) แม้เป็นเวลากลางคืนก็เข้าไปค้นได้ เพราะเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งตามมาตรา 96 (2)
3) การจับกุมนั้นกระทำได้เพราะกำลังกระทำความผิดซึ่งหน้าตามมาตรา 78(1) และมาตรา 80 แม้เป็นการจับในที่รโหฐานก็กระทำได้เพราะมาตรา 81 ให้จับได้หากการจับในที่รโหฐาน “ได้ทำตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยการค้นในที่รโหฐาน” ซึ่ง ส.ต.ต. ขาวได้ทำตามบทบัญญัติในเรื่องการค้นในที่รโหฐานแล้ว เพราะมีอำนาจเข้าไป “ค้น” ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 92(2) และมาตรา 96(2) D698/16
อนุมาตรา 3
ตัวอย่าง นายแดงวิ่งไล่ตามนายดำมาติด ๆ พร้อมกับร้องว่า ขโมย ๆ ส.ต.ต.ขาวพบเห็นเหตุการณ์จึงวิ่งไล่ตามจับนายดำไปทันที หากนายดำหลบหนีเข้าไปในบ้านนายเหลือง ส.ต.ต. ขาวเข้าไปในบ้านนั้นโดยทันทีได้ ถือว่าเป็นการค้นโดยชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 92 อนุ 3 เพราะนายดำกระทำความผิดซึ่งหน้า (ในประเภท “ถือว่าได้กระทำความผิดซึ่งหน้า” ตามมาตรา 80 วรรคสอง อนุมาตรา 1) และขณะที่ถูกไล่จับได้หนีเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว หรือถึงแม้ว่า ส.ต.ต.ขาวจะไม่ได้เห็นนายดำวิ่งเข้าไปในบ้านหลังนั้นด้วยตาตนเองก็ตาม แต่เชื่อมั่นว่าต้องไปหลบอยู่ในบ้านหลังนั้นแน่นอน เพราะเมื่อเลี้ยงมุมถนนนายดำหายตัวไปและมีบ้านหลังนั้นอยู่เพียงหลังเดียว ในกรณีนี้ ส.ต.ต.ขาว ก็เข้าไปในบ้านหลังนั้นเพื่อจับนายดำได้ เพราะมาตรา 92 (3) รวมถึงกรณี “มีเหตุอันแน่นแฟ้นควรสงสัยว่าได้เข้าไปซุกซ่อนตัวอยู่ในที่รโหฐานนั้น” ด้วย ข้อสังเกต นายแดงจะเข้าไปในบ้านของนายเหลืองเพื่อจับนายดำไม่ได้ เพราะนายแดงไม่มีอำนาจ “ค้น” บ้านนายเหลือง มาตรา 92 ให้อำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเท่านั้นเป็นผู้ค้น
หากขณะนั้นเป็นเวลากลางคืน การที่ ส.ต.ต.ขาวเข้าไปในบ้านของนายดำหรือบ้านของบุคคลใดก็ตาม ก็ต้องพิจารณามาตรา 96 ด้วย ซึ่งห้ามการค้นในที่รโหฐานในเวลากลางคืน เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามที่มาตรา 96 บัญญัติไว้
อนุมาตรา 4
“มีพยานหลักฐานตามสมควร” ว่าสิ่งของที่
1) มีไว้เป็นความผิด
2) ได้มาโดยการกระทำความผิด
3) ได้ใช้หรือมีไว้ใช้ในเพื่อกระทำความผิด หรือ
4) อาจเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิด
D1605/44 สิบตำรวจโท ช. สืบทราบว่าบ้านของจำเลยเป็นแหล่งลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้โทษก็ได้ใช้วิธีซุ่มดูพฤติการณ์ของจำเลย เมื่อเห็นจำเลยขุดบริเวณแปลงผักและนำสิ่งของใส่ในหลุมที่ขุดแล้วกลบไว้ จึงใช้วิทยุสื่อสารเรียกเจ้าพนักงานตำรวจที่รออยู่ให้ไปที่เกิดเหตุและได้ออกมาแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อขอตรวจค้น เมื่อใช้จอบขุดบริเวณที่จำเลยกลบไว้ก็พบเมทแอมเฟตามีน กรณีดังกล่าวถือได้ว่ามีเหตุสงสัยตามสมควรว่าสิ่งของที่ได้มาโดยการกระทำผิดได้ซ่อนอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ประกอบทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ สิ่งของนั้นจะถูกโยกย้ายเสียก่อน แม้สิบตำรวจโท ช. กับพวกเข้าค้นโดยไม่มีหมายค้นก็สามารถกระทำได้โดยชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 92(4)
|