คำพิพากษาฎีกาที่ 1418/2553
ป.วิ.อ. มาตรา 134, 134/4
เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจเห็นสภาพไฟไหม้รถยนต์คันเกิดเหตุอย่างรุนแรงและดับไฟยากอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะที่บริเวณเบาะที่นั่งและที่วางเท้าด้านหน้าซ้ายข้างคนขับซึ่งพบศพไม่ทราบว่าเป็นศพผู้ใด ประกอบกับการตรวจสอบสภาพรถยนต์และบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยอุบัติเหตุ แต่พบว่าฝากระโปรงหลังของรถยนต์เปิด เบรกมืออยู่ในสภาพยกขึ้นจนสุด และพบแกลลอนบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงห่างจากรถยนต์ประมาณ 10 เมตร จึงสงสัยว่าเป็นคดีฆาตกรรมมิใช่อุบัติเหตุ เมื่อจำเลยที่ 1 มาพบเจ้าพนักงานตำรวจและแจ้งว่าศพผู้ตายเป็นจำเลยที่ 2 เจ้าพนักงานตำรวจจึงสงสัยว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย จึงทำการสืบสวนหาตัวจำเลยที่ 2 พบจำเลยที่ 1 จึงเชิญตัวมาสอบปากคำและในวันเดียวกันได้เชิญตัวจำเลยที่ 1 มาสอบปากคำด้วย การที่เจ้าพนักงานตำรวจ เชิญตัวจำเลยที่ 1 กับที่ 2 มาสอบปากคำโดยมิได้แจ้งข้อกล่าวหาและทำบันทึกการจับกุมก็เนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นอุบัติเหตุหรือคดีฆาตกรรม ศพผู้ตายเป็นผู้ใด กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ จึงเป็นการเชิญตัวจำเลยที่ 1 และที่ 2 มาสอบปากคำให้ฐานะผู้ให้ถ้อยคำ ไม่ใช่การจับกุมมาสอบปากคำในฐานะผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนจึงไม่จำต้องแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาก่อน การสอบสวนและบันทึกคำให้การผู้ให้ถ้อยคำจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงชอบด้วยกฎหมาย ส่วนการสอบสวนหลังจากที่พนักงานสอบสวนทราบแน่ชัดแล้วว่าผู้ตายเป็นผู้ใด และผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิดก็ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา แจ้งสิทธิผู้ต้องหา สอบปากคำจำเลยที่ 1 และที่ 2 และทำบันทึกการจับกุมในฐานะผู้ต้องหา จึงชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน
ที่มา สำนักวิชาการ เล่ม 5 หน้า 23
|