คำพิพากษาฎีกาที่ 4268/2552
ป.วิ.อ. มาตรา 15, 218 วรรคสอง
ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้เสียหายโดยจำเลยที่ 3 มิได้ร่วมกระทำความผิดด้วย จึงพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 10 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 หนึ่งในสามเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 3 ได้ร่วมกระทำความผิดด้วย ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหายตามฟ้อง จำเลยทั้งสามมิได้อุทธรณ์ ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้เสียหายจึงเป็นอันยุติ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกระทำความผิดด้วย และพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหายตาม ป.อ.มาตรา 340 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 10 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 หนึ่งในสาม เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน แม้คดีของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะพิพากษาแก้เฉพาะบทจากความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นปล้นทรัพย์ แต่มิได้แก้ไขโทษ จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 เกินห้าปี จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคสอง ก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 คงมีสิทธิฎีกาได้เพียงเฉพาะในปัญหาว่าจำเลยที่ 3 มิได้ร่วมกระทำความผิดด้วยอันจะทำให้การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามฟ้องเท่านั้น จำเลยที่ 1 จะหวนกลับมาใช้สิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้เสียหายอีกไม่ได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งต้องห้ามมิให้จำเลยที่ 1 ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไป เนื่องจากพยานบุคคลความขัดแย้งกันของโจทก์เบิกความขัดแย้งกับพยานเอกสาร พยานเอกสารขัดแย้งกันเอง และพยานบุคคลของโจทก์เบิกความขัดแย้งกันในสาระสำคัญ กับกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานจับกุมโดยไม่ชอบ สอบสวนโดยทุจริต และบังคับและทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาให้ลงชื่อในเอกสาร ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานทำร้ายร่างกายซึ่งเท่ากับโต้แย้งว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ร่วมชิงทรัพย์ด้วย นั้น ล้วนเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 มิได้เคยยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ทั้งสิ้น ซึ่งต้องห้ามมิให้จำเลยที่ 1 ฎีกา ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้
|