คำพิพากษาฎีกาที่ 2746/2553
ป.อ. มาตรา 289 (4)
เหล็กแหลมที่จำเลยใช้แทงผู้เสียหายนั้นเป็นเครื่องมือใช้ในการเจาะปล่อยลมยาง แม้จะไม่มีคมแต่ก็มีลักษณะแหลมยาวถึง 12 เซนติเมตร ดังนั้น การที่จำเลยใช้กำลังจ้วงแทงไปที่บริเวณช่องท้องของผู้เสียหายซึ่งเป็นจุดอ่อนของร่างกาย แม้จ้วงแทงไปเพียงครั้งเดียว หากขณะเกิดเหตุผู้เสียหายไม่ได้ถือแฟ้มเอกสารอยู่ที่มือหรือยกแขนขึ้นปิดกั้นได้ทันแล้วเชื่อว่าเหล็กแหลมนั้นจะแทงทะลุเข้าช่องท้องของผู้เสียหาย ทำอันตรายต่ออวัยวะสำคัญต่างๆ ภายในช่องท้องของผู้เสียหายได้ประกอบกับบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับถึงขนาดกระดูกแขนขวาหักย่อมแสดงว่าจำเลยแทงผู้เสียหายโดยแรงที่ช่องท้อง ดังนั้น จำเลยย่อมเล็งเห็นผลในการกระทำของจำเลยได้ว่าเหล็กแหลมที่จำเลยแทงไปนั้นอาจทะลุเข้าช่องท้องไปถูกอวัยวะต่างๆ ภายในช่องท้องที่เป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายได้รับบาดเจ็บและผู้เสียหายอาจถึงแก่ความตายได้ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยตระเตรียมเหล็กแหลมของกลางไว้เพื่อหาโอกาสแทงผู้เสียหายด้วยสาเหตุโกรธเคืองที่ผู้เสียหายเป็นตัวแทนฝ่ายนายจ้างไม่เจรจาช่วยเหลือฝ่ายจำเลยให้ได้รับเงินโบนัสพิเศษเพิ่มเติมนั้น เมื่อสบโอกาสจำเลยจึงใช้เหล็กแหลมที่ตระเตรียมไว้จ้วงแทงผู้เสียหาย ย่อมแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนด้วย (เมื่อจำเลยได้ลงมือกระทำผิดไปตลอดแล้ว แต่ไม่บรรลุผลเนื่องจากผู้เสียหายยกแขนขึ้นบังได้ทันการ จึงถูกแทงที่แขนและมีผู้อื่นเข้าจับกุมจำเลยได้ทันทีก่อนที่จำเลยจะมีโอกาสแทงผู้เสียหายซ้ำอีกผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย ฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อนนั้นชอบแล้ว)
ที่มา สำนักวิชาการ เล่ม 3 หน้า 135
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ การกระทำของจำเลยนั้นเป็นการกระทำโดยเจตนาทำร้ายร่างกายหรือเจตนาฆ่า
|