หัวข้อ : ป.พ.พ. มาตรา 1713, 1715, 1726, 1736 วรรคสอง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6857/2553
หมวดหมู่ : สกัดหลัก กฎหมายแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6857/2553

ป.พ.พ. มาตรา 1713, 1715, 1726, 1736 วรรคสอง

 

     คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเฉพาะข้อกฎหมายตามที่โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ทั้งสองอ้างว่าศาลได้ตั้งโจทก์ทั้งสองและ ป. เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ฟ้องคดีจึงเป็นเสียงข้างมากตาม ป.พ.พ. มาตรา 1726 แล้ว การที่ศาลตั้งผู้จัดการมรดกหลายคน และมีผู้จัดการมรดกคนใดคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติว่าผู้จัดการมรดกที่เหลือจะสามารถจัดการมรดกต่อไปได้หรือไม่ จึงต้องนำบทบัญญัติตามมาตรา 1715 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาปรับใช้ตามมาตรา 4 โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า ในปัญหาดังกล่าวตามมาตรา 1715 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า “ผู้ทำพินัยกรรมจะตั้งบุคคลคนเดียวหรือหลายคนให้เป็นผู้จัดการมรดกก็ได้” และในวรรคสองบัญญัติว่า “เว้นแต่จะมีข้อกำหนดไว้ในพินัยกรรมเป็นอย่างอื่น ถ้ามีผู้จัดการมรดกหลายคนแต่ผู้จัดการมรดกเหล่านั้นบางคนไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ และยังมีผู้จัดการมรดกเหลืออยู่แต่คนเดียวผู้นั้นมีสิทธิที่จะจัดการมรดกได้โดยลำพัง แต่ถ้ามีผู้จัดการมรดกเหลืออยู่หลายคนให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้จัดการมรดกเหล่านั้นแต่ละคนจะจัดการโดยลำพังไม่ได้” เมื่อพิจารณาข้อความในวรรคสองของมาตรา 1715 แล้ว เห็นว่า ข้อความในวรรคสอง นั้นสืบเนื่องมาจากข้อความในวรรคหนึ่ง คำว่า “ถ้ามีผู้จัดการมรดกหลายคน” ในวรรคสองนั้นหมายถึงผู้จัดการมรดกที่ตั้งขึ้นโดยพินัยกรรมเท่านั้น ไม่รวมถึงผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้งขึ้นโดยไม่มีพินัยกรรมและที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าตามมาตรา 1713 บัญญัติให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมนั้น ก็เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจในการตั้งผู้จัดการมรดกโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดกเท่านั้น แต่กรณีที่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียขอให้ศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกไม่มีพินัยกรรม เมื่อศาลเห็นสมควรจะตั้งให้คนเดียวหรือหลายคนเป็นผู้จัดการมรดกก็ได้ และในกรณีที่ศาลตั้งให้บุคคลหลายคนเป็นผู้จัดการมรดกนั้นก็โดยเห็นว่ายังไม่สมควรที่จะให้บุคคลคนเดียวเป็นผู้จัดการมรดกตามลำพัง ซึ่งกรณีที่ศาลมีคำสั่งตั้งบุคคลหลายคนเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันการกระทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกต้องดำเนินการตามมาตรา 1726 ที่ให้กระทำการโดยถือเอาเสียงข้างมากในกรณีที่ผู้จัดการมรดกที่เหลือมีเพียง 2 คน หากเกิดกรณีที่ผู้จัดการมรดกทั้งสองมีความเห็นแตกต่างกัน คนหนึ่งคนใดก็ไม่อาจจัดการมรดกไปได้ การจัดการมรดกตามคำสั่งศาลที่ให้จัดการร่วมกันก็จะไม่มีผลข้อขัดข้องในการจัดการแบ่งปันมรดกก็คงมีอยู่ต่อไป ทายาทไม่อาจแบ่งปันให้แก่ทายาทได้ ดังนั้น หากปรากฏว่าผู้จัดการมรดกร่วมคนใดคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ผู้จัดการมรดกที่เหลือย่อมต้องร้องขอต่อศาลให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมในระหว่างนี้ผู้จัดการมรดกที่เหลือยังไม่อาจจัดการมรดกต่อไปได้ เมื่อการฟ้องคดีเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามมาตรา 1736 วรรคสอง และมีบทบัญญัติของกฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลกรณีที่มีผู้จัดการมรดกหลายคนต้องดำเนินการตามมาตรา 1726 ที่กฎหมายได้กำหนดไว้โดยเฉพาะแล้ว ไม่ใช่กรณีไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับแก่คดีตามมาตรา 4 จึงไม่อาจนำวิธีการตามมาตรา 1715 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้เฉพาะผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมมาใช้บังคับในกรณีนี้ได้ ดังนั้น เมื่อ ป. ผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสองจะจัดการมรดกต่อไปเพียง 2 คน โดยยังมิได้ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ตนเป็นผู้จัดการมรดกต่อไปย่อมเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาลไม่มีอำนาจจะจัดการได้ เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้เหมือนการตั้งผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม





ป.พ.พ. มาตรา 1713, 1715, 1726, 1736 วรรคสอง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6857/2553 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 3222 ครั้ง
ลงวันที่ 27/01/2014 02:37:57





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน