หัวข้อ : ป.พ.พ. มาตรา 733 ฎีกาที่น่าสนใจที่ 3535/50
หมวดหมู่ : สกัดหลัก กฎหมายแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







คำพิพากษาฎีกาเนติ 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3535/2550 

 

ป.พ.พ. มาตรา 733 

 

                สัญญาจำนองที่ดินระหว่างกรมสรรพากรโจทก์กับจำเลยที่2 เป็นประกันการผ่อนชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างของจำเลยที่ 1 ไม่มีข้อตกลงว่า ถ้าเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้ได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกัน เงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใดจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดในเงินนั้น อันเป็นการยกเว้นบทบัญญัติ ป.พ.พ. มาตรา 733 กรณีจึงต้องอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติของมาตราดังกล่าว คือ หากบังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้จำเลยที่1 ไม่ต้องรับผิดในส่วนที่ขาด ทั้งมาตรา 733 มิได้มีข้อจำกัดการใช้บังคับเฉพาะกรณีที่ลูกหนี้จำนองทรัพย์สินของตนเองเท่านั้น 

 

 

 

หมายเหตุ  

 

 

 

                จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ชั้นต้นมิได้เป็นผู้จำนองย่อมนำบทบัญญัติว่าด้วยสัญญาจำนองมาใช้บังคับไม่ได้ จำเลยที่ 1 เป็นลูกหนี้ภาษีอากรของโจทก์ต้องบังคับตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ2 ว่าด้วยหนี้ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป โดยเฉพาะที่เป็นปัญหาในคดีนี้คือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 214 ซึ่งบัญญัติว่า "ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา 733 เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะให้ชำระหนี้ของตนจากทรัพย์สินของลูกหนี้จนสิ้นเชิง รวมทั้งเงินและทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งบุคคลภายนอกค้างชำระแก่ลูกหนี้ด้วย" ถ้าโจทก์บังคับชำระหนี้จากจำเลยที่1 ซึ่งมิใช่ผู้จำนองก็ไม่ต้องบังคับตามมาตรา 733 แต่โจทก์บังคับชำระหนี้จากจำเลยที่2 ซึ่งเป็นผู้จำนองจึงต้องบังคับตามมาตรา 733 เกิดผลให้ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในหนี้ส่วนที่ขาด ทั้งมาตรา 733 ระบุว่า ผู้ไม่ต้องรับผิดในหนี้ส่วนที่ขาดคือลูกหนี้และมาตรา 214 อยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา733 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้ส่วนที่ขาด  

 

                ไพโรจน์ วายุภาพ  

 

 

 

คำพิพากษาฎีกาสำนักวิชาการ 

 

 

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3535/2550 

 

ป.พ.พ. มาตรา 733 

 

 

 

                ป.พ.พ. มาตรา 733 บัญญัติว่า“...ถ้าเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้ได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่นั้นก็ดี เงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใด ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในเงินนั้นปรากฏว่าสัญญาจำนองที่ดินทั้ง30 แปลง ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 เพื่อเป็นประกันการผ่อนชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างของจำเลยที่1 โจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่มีข้อตกลงว่า ถ้าเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้ได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันเงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใดจำเลยที่1 ต้องรับผิดในเงินนั้น อันเป็นการยกเว้นบทบัญญัติของมาตรา 733 ดังกล่าวข้างต้น กรณีจึงต้องอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติของมาตราดังกล่าว คือหากบังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดในส่วนที่ขาด ที่โจทก์อ้างว่า จำเลยที่ 1 จะหลุดพ้นความรับผิดก็ต่อเมื่อได้ชำระค่าภาษีอากรค้างเสร็จสิ้นแล้ว และคดีนี้มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยที่1 นำทรัพย์สินของตนเองมาจำนอง จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 733 นั้น บทบัญญัติแห่งมาตรา733 หาได้มีข้อจำกัดการใช้บังคับเฉพาะกรณีที่ลูกหนี้จำนองทรัพย์สินของตนเองเท่านั้น

 

 

 

หมายเหตุ  

 

 

 

                ป.พ.พ. มาตรา 733 แม้ทรัพย์จำนองจะเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้เอามาประกันไว้ เมื่อขายได้เงินไม่พอใช้หนี้ ลูกหนี้ก็ยังไม่ต้องรับผิดอยู่ กล่าวคือ เมื่อเอาทรัพย์จำนองหลุดและราคาทรัพย์สินนั้นมีประมาณต่ำกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่หรือถ้าเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้ได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่ เงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใดลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในเงินนั้น  

 

 

 

                ข้อเท็จจริงตามฎีกานี้เป็นเรื่องจำเลยที่2 ซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้ค่าภาษีอากรค้างนำทรัพย์มาจำนองโดยไม่มีการทำข้อตกลงยกเว้นมาตรา733 ไว้ มีปัญหาในทางปฏิบัติที่น่าคำนึงถึงว่า หากให้จำเลยที่ 2 ทำข้อตกลงยกเว้นมาตรา733 ไว้ จำเลยที่ 2 จะยอมนำทรัพย์สินมาจำนองหรือไม่ ซึ่งไม่แตกต่างอะไรกับการทำสัญญาค้ำประกัน กล่าวคือเท่ากับจำเลยที่ 2 ต้องนำทรัพย์สินของตนทั้งหมดมาเป็นประกันการชำระหนี้จำเลยที่1 ซึ่งจำเลยที่ 2 อาจมีเจตนาเพียงนำทรัพย์สินที่นำมาจำนองเท่านั้นเป็นประกันการชำระหนี้ค่าภาษีอากรของจำเลยที่1 ในทางกลับกันหากจำเลยที่ 2 นำทรัพย์สินมาจำนองโดยไม่ทำข้อตกลงยกเว้นมาตรา 733 กรมสรรพากรอาจจะไม่ยอมรับหลักประกันอันนี้ไว้ เพราะหากบังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ จำเลยทั้งสองก็หลุดพ้นจากหนี้ที่ขาดจำนวนอยู่ตามหลักการที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นและตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้ 

 

 

 

                แต่ตามฎีกาประชุมใหญ่ที่วินิจฉัยว่า"สัญญาจำนองระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 เพื่อเป็นประกันการผ่อนชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างของจำเลยที่1 โจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่มีข้อตกลงยกเว้นบทบัญญัติของมาตรา 733 กรณีจึงต้องอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติของมาตราดังกล่าว หากบังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดในส่วนที่ขาด" มีปัญหาที่น่าพิจารณาว่า การทำข้อตกลงยกเว้น มาตรา 733 นี้จะต้องเป็นการกระทำระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ที่เป็นหนี้ประธานเท่านั้นหรือไม่ ซึ่งหากพิจารณาคำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้เสมือนว่าจะต้องเป็นข้อตกลงระหว่างเจ้าหนี้กับจำเลยที่1 ที่เป็นลูกหนี้ในหนี้ประธานเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ทรัพย์ที่นำมาจำนองเป็นหลักประกันเป็นของจำเลยที่2 จากคำวินิจฉัยนี้จึงทำให้ตีความได้หลายรูปแบบในกรณีทรัพย์ที่นำมาจำนองเป็นของคนอื่นเอามาประกันไว้ 

 

                รูปแบบที่ 1 หากลูกหนี้ที่เป็นหนี้ประธานหรือจำเลยที่1 ไม่ทำข้อตกลงยกเว้นมาตรา 733 ลูกหนี้ดังกล่าวไม่ต้องรับผิดในหนี้ที่ยังขาดจำนวน ซึ่งรวมถึงบุคคลอื่นหรือจำเลยที่2 ที่นำทรัพย์มาจำนองเป็นประกันไว้ด้วย ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้  

 

                รูปแบบที่ 2 หากลูกหนี้ที่เป็นหนี้ประธานหรือจำเลยที่1 ทำข้อตกลงยกเว้นมาตรา 733 ลูกหนี้ดังกล่าวคงต้องรับผิดในหนี้ที่ยังขาดจำนวน ซึ่งมีปัญหาที่น่าพิจารณาว่าจำเลยที่1 จะเข้าไปทำสัญญายกเว้นมาตรา 733 ในทรัพย์ที่นำมาจำนองของบุคคลอื่นได้หรือไม่ ซึ่งหากทำได้แล้วบุคคลอื่นที่นำทรัพย์มาจำนองเป็นประกันไว้หรือจำเลยที่2 ไม่ได้ทำข้อตกลงยกเว้นมาตรา 733 ด้วย จำเลยที่ 2 ยังจะต้องรับผิดในหนี้ที่ยังขาดจำนวนอยู่หรือไม่ คงต้องรอคำวินิจฉัยในอนาคตต่อไป  

 

                รูปแบบที่ 3 หากลูกหนี้ที่เป็นหนี้อุปกรณ์หรือจำเลยที่2 ทำข้อตกลงยกเว้นมาตรา 733 โดยลูกหนี้ที่เป็นหนี้ประธานหรือจำเลยที่ 1 ไม่ได้ทำข้อตกลงดังกล่าวด้วย ลูกหนี้ที่เป็นหนี้ประธานหรือจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดในหนี้ที่ยังขาดจำนวนหรือไม่คงต้องรอคำวินิจฉัยในอนาคตต่อไปอีกเช่นกัน 

 

                ผู้เขียนเห็นว่า กรณีที่ไม่มีข้อตกลงตามสัญญาจำนองยกเว้น ป.พ.พ. มาตรา 733 ที่จะทำให้จำเลยที่ 1 ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์จำนองที่จำเลยที่2 นำมาจำนองนั้น ควรจะต้องเป็นกรณีที่ไม่มีข้อตกลงยกเว้น ป.พ.พ. มาตรา 733 ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่2 ซึ่งเป็นคู่สัญญาจำนอง ดังนั้น ไม่น่าจะเป็นกรณีที่ไม่มีข้อตกลงตามสัญญาจำนองยกเว้น ป.พ.พ. มาตรา 733 ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตามเหตุผลในคำพิพากษาศาลฎีกา เนื่องจากจำเลยที่1 ไม่ใช่คู่สัญญาจำนอง

 

 

 

นรินทร ตั้งศรีไพโรจน์ 

 

 





ป.พ.พ. มาตรา 733 ฎีกาที่น่าสนใจที่ 3535/50 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2259 ครั้ง
ลงวันที่ 27/01/2014 02:38:46





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน