หัวข้อ : สกัดหลัด ป.พ.พ. บุคคล (สภาพบุคคล, ความสามารถ, ภูมิลำเนา, สาบสูญ) สำหรับสอบ 3 สนาม
หมวดหมู่ : สกัดหลัก กฎหมายแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







บุคคล (สภาพบุคคล, ความสามารถ, ภูมิลำเนา, สาบสูญ)

 

1. บุคคลธรรมดา

 

      1.1 สภาพบุคคล > เริ่มต้นเมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารกและสิ้นสุดลงเมื่อตาย (มาตรา 15 วรรคหนึ่ง) > ทารกในครรภ์มารดาก็มีสิทธิต่างๆ ได้ หากว่าภายหลังคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก (มาตรา 15 วรรคสอง)

      1.2 ความสามารถ > เมื่อบุคคลจะกระทำการใดจะต้องมีความสามารถกระทำการนั้น ผู้เยาว์- บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะ เมื่ออายุ 20 ปี บริบูรณ์ (มาตรา 19)

       - ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะ เมื่อทำการสมรส หากการทำการสมรสนั้นได้ทำตามบทบัญญัติมาตรา 1448

       มาตรา 1448 การสมรสจะกระทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลจะอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้

      มาตรา 1454 ผู้เยาว์จะทำการสมรสให้นำความในมาตรา 1436 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

      มาตรา 1436 สรุปว่า ผู้เยาว์จะสมรสได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากบิดามารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือผู้ปกครอง (เทียบมาตรา 1458)

      - ผู้เยาว์จะทำนิติกรรม*ใดๆ จะต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม**ก่อน การใดๆ ที่ผู้เยาว์ได้ทำลงโดยปราศจากความยินยอมเช่นนั้น เป็นโมฆียะ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 21)

      *นิติกรรม ความหมาย การใดๆ อันกระทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและใจสมัครมุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับซึ่งสิทธิ (มาตรา 149)

      นิติกรรมที่สมบูรณ์จะต้องประกอบด้วย

      1) การแสดงเจตนา

      2) ต้องมีการกระทำด้วยใจสมัคร (มาตรา 151, 159, 164)

      3) ต้องเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 150)

      4) มุ่งโดยตรงที่จะให้เกิดผลในทางกฎหมาย (มาตรา 149)

      5) เป็นผู้มีความสามารถตามกฎหมาย

     **ผู้แทนโดยชอบธรรม

        ผู้ที่ใช้อำนาจปกครอง > บิดามารดา

        ผู้ปกครอง > มีกี่คนก็ได้ แต่มีคราวหนึ่งเพียงคนเดียว (มาตรา 1590)

       - เหตุที่ผู้เยาว์อยู่ในความปกครอง (มาตรา 1585)

       - วิธีการตั้งผู้ปกครอง (มาตรา 1585, 1586)

       - คุณสมบัติของบุคคลที่จะเป็นผู้ปกครอง (มาตรา 1587)

       - การเริ่มเป็นผู้ปกครอง (มาตรา 1591, 1592)

    โมฆียะกรรม (มาตรา 153) การใดมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยความสามารถของบุคคล การนั้นเป็นโมฆียะ

     ผล สมบูรณ์จนกว่าจะถูกบอกล้าง เมื่อมีการบอกล้างทำให้นิติกรรมนั้นเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก และให้ผู้ที่เป็นคู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิมหรือมีผลสมบูรณ์ เมื่อผู้แทนโดยชอบธรรมให้สัตยาบัน 

     ระยะเวลา กำหนดเวลาบอกล้าง 1 ปี นับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันหรือ 10 ปี นับแต่ได้ทำนิติกรรมอันเป็นโมฆียะนั้น (มาตรา 181)

    - ผู้เยาว์อาจทำพินัยกรรมได้เมื่อมีอายุ 15 ปี บริบูรณ์ (มาตรา 25)

    - ผู้เยาว์ทำพินัยกรรม – พินัยกรรมซึ่งบุคคลที่มีอายุยังไม่ครบ 15 ปี บริบูรณ์ทำขึ้นนั้นเป็นโมฆะ (มาตรา 1703)

    - พยานพินัยกรรม – บุคคลดังต่อไปนี้จะเป็นพยานในการทำพินัยกรรมไม่ได้

     1) บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (ต้องครบ 20 ปี บริบูรณ์ หรือ มีการสมรส)

     - ผู้เยาว์อาจทำการใดๆ ได้ทั้งสิ้นหากเป็นเพียงเพื่อจะได้ไปซึ่งสิทธิอันใดอันหนึ่งหรือเป็นการเพื่อให้หลุดพ้นจากหน้าที่อันใดอันหนึ่ง (มาตรา 22)

     - ผู้เยาว์อาจทำการใดๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการต้องทำเองเฉพาะตัว (มาตรา 22)

     - ผู้เยาว์อาจทำการใดๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการต้องทำเองเฉพาะตัว (มาตรา 23)

     - ผู้เยาว์อาจทำการใดๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการสมแก่ฐานานุรูปแห่งตนและเป็นการอันจำเป็นในการดำรงชีพตามสมควร

     - ถ้าผู้แทนโดยชอบธรรมอนุญาตให้ผู้เยาว์จำหน่ายทรัพย์สินเพื่อการอันใดอันหนึ่งอันได้ระบุไว้ ผู้เยาว์จะจำหน่ายทรัพย์สินนั้นเป็นประการใดภายในขอบของการที่ระบุไว้นั้นก็ทำได้ตามใจสมัคร อนึ่ง ถ้าได้รับอนุญาตให้จำหน่ายทรัพย์สินโดยมิได้ระบุว่าเพื่อการอันใด ผู้เยาว์ก็จำหน่ายได้ตามใจสมัคร (มาตรา 26)

     - ผู้แทนโดยชอบธรรมอาจให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ในการประกอบธุรกิจทางการค้าหรือธุรกิจอื่นๆ หรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานได้ ในกรณีที่ผู้แทนโดยชอบธรรมไม่ให้ความยินยอม โดยไม่มีเหตุอันสมควรผู้เยาว์อาจร้องขอต่อศาลให้สั่งอนุญาตได้

      ในความเกี่ยวพันกับการประกอบธุรกิจหรือการจ้างแรงงานตามวรรคหนึ่งให้ผู้เยาว์มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว 

      ถ้าการประกอบธุรกิจหรือการทำงานที่ได้รับความยินยอมหรือที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ก่อให้เกิดความเสียหายถึงขนาดหรือเสื่อมเสียแก่ผู้เยาว์ ผู้แทนโดยชอบธรรมอาจบอกเลิกความยินยอมที่ได้ให้แก่ผู้เยาว์เสียได้หรือในกรณีที่ศาลอนุญาต ผู้แทนโดยชอบธรรมอาจร้องขอต่อศาลให้เพิกถอน การอนุญาตที่ได้ให้แก่ผู้เยาว์นั้นเสียได้ 

      ในกรณีที่ผู้แทนโดยชอบธรรมบอกเลิกความยินยอม โดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้เยาว์อาจร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการบอกเลิกความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมได้

      การบอกเลิกความยินยอมโดยผู้แทนโดยชอบธรรมหรือการยินยอม การอนุญาตโดยศาล ย่อมทำให้ฐานะเสมือนดั่งบุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้วของผู้เยาว์สิ้นสุดลง แต่ไม่กระทบกระเทือนการใดๆ ที่ผู้เยาว์ได้กระทำไปแล้วก่อนมีการบอกเลิกความยินยอมหรือเพิกถอนการอนุญาต

บุคคลวิกลจริต

     - บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถ้าคู่สมรสก็ดี บุพการีกล่าวคือ บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดาน กล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อ ก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี ร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถ (มาตรา 28)

     - บุคคลวิกลจริตไม่มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้สั่งให้ตนเองเป็นคนไร้ความสามารถได้ เพราะกฎหมายไม่ได้บัญญัติให้อำนาจไว้ต่างกับการขอถอนคำสั่งที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถซึ่งคนไร้ความสามารถร้องขอต่อศาลให้ศาลสั่งเพิกถอนได้ (มาตรา 31)

     - การใดๆ อันบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถได้กระทำลงการนั้นเป็นโมฆียะ (มาตรา 29)

     - การใดๆ อันบุคคลวิกลจริตซึ่งศาลมิได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถได้กระทำลง ย่อมมีผลสมบูรณ์ไม่เป็นโมฆียะ การนั้นจะเป็นโมฆียะก็ต่อเมื่อ

     1)ได้กระทำในขณะที่บุคคลนั้นวิกลจริตอยู่ และ

     2)คู่กรณีอีกฝ่ายได้รู้อยู่แล้วด้วยว่าผู้กระทำเป็นคนวิกลจริต (มาตรา 30)

     - ถ้าเหตุที่ทำให้เป็นคนไร้ความสามารถได้สิ้นสุดไปแล้วและเมื่อบุคคลผู้นั้นเองหรือบุคคลใดๆ ดังกล่าวในมาตรา 28 ร้องขอต่อศาลก็ให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ให้เป็นคนไร้ความสามารถ

     - การเพิกถอนคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ถ้าได้ทำนิติกรรมที่มีผลเป็นโมฆียะกรรม เพราะทำขณะที่เป็นคนไร้ความสามารถนั้นก็อาจจะ

         - บอกล้าง คือ การแสดงเจตนาและมีผลทำให้โมฆียะกรรมนั้นตกเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรกและให้ผู้เป็นคู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิม ถ้าเป็นการพ้นวิสัยจะให้กลับคืนเช่นนั้นได้ก็ให้ได้รับค่าเสียหายชดใช้ให้แทน (มาตรา 176)

        - ให้สัตยาบัน มีผลทำให้โมฆียะกรรมนั้นสมบูรณ์ขึ้นตามมาตรา 179 วรรคสอง

        - ข้อสังเกต ตัวบทมาตรา 176 กับมาตรา 391 คล้ายกัน ระวังจำสับสน

คนเสมือนไร้ความสามารถ (มาตรา 32)

       1) เป็นบุคคลผู้ซึ่งไม่สามารถจะจัดทำการงานโดยตนเองได้หรือจัดกิจการไปในทางเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว

       2) สาเหตุ 1) กายพิการ 2) จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ* (จิตไม่ปกติ แต่ไม่ถึงขนาดเป็นคนวิกลจริต)

       * บุคคลที่จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบและศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ มีความสามารถทำนิติกรรมเหมือนกับบุคคลทั่วไป ต่างกับวิกลจริตซึ่งศาลยังไม่สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ 3) ประพฤติสุลุ่ยสุร่ายเสเพลเป็นอาจิณ  4) ติดสุรายาเมา 5) มีเหตุอื่นใดทำนองเดียวกัน

       - บุคคลที่มีสิทธิเรียกร้องต่อศาล ได้แก่ ผู้พิทักษ์ (บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ระบุไว้ในมาตรา 28)

       - การสิ้นสุดของการเป็นผู้พิทักษ์

           - นำความสิ้นสุดของผู้ปกครองในบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายนี้มาใช้บังคับแก่การสิ้นสุดของการเป็นผู้พิทักษ์โดยอนุโลม

       - ข้อจำกัดความสามารถในการทำนิติกรรมของคนเสมือนไร้ความสามารถ

       1) นำทรัพย์สินไปลงทุน 

       2) รับคืนทรัพย์สินที่ไปลงทุน ต้นเงินหรือทุนอย่างอื่น  

       3) กู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงิน ยืมหรือให้ยืมสังหาริมทรัพย์อันมีค่า

       4) รับประกันประการใดๆ อันมีผลให้ตนต้องถูกบังคับชำระหนี้

       5) เช่า หรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์มีกำหนดระยะเวลาเกิน 6 เดือน หรืออสังหาริมทรัพย์มีกำหนดระยะเวลาเกิน 3 ปี (มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ไม่ต้องวาง)

       *ผล มีความเห็นว่า ถ้าเกินกำหนดระยะเวลา น่าจะถือว่าสมบูรณ์เพียง 6 เดือน หรือ 3 ปี เพราะคนเสมือนไร้ความสามารถมีอำนาจทำสัญญาเช่าหรือให้เช่าในกำหนดระยะเวลา 6 เดือน หรือ 3 ปี โดยสมบูรณ์อยู่แล้ว

       6) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอสมควรแก่ฐานานุรูปเพื่อการกุศล การสังคมหรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา 

       7) รับรองให้โดยเสน่หาที่มีเงื่อนไขหรือลดค่าภาระติดพันหรือไม่รับการให้โดยเสน่หา  

       8) ทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจะได้มาหรือปล่อยไปซึ่งสิทธิในอสังหาริมทรัพย์หรือในสังหาริมทรัพย์อันมีค่า 

       9) ก่อสร้างหรือดัดแปลงโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นหรือซ่อมแซมอย่างใหญ่  

      10) เสนอคดีต่อศาลหรือดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ เว้นแต่การร้องขอตามมาตรา 35 หรือการร้องขอถอนของผู้พิทักษ์  (การที่คนเสมือนไร้ความสามารถเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาหรือการไปเป็นพยานในศาลก็ไม่เข้าตามมาตรา 34(10)  

      11) ประนีประนอมความหรือมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย 

      - ถ้ามีกรณีอื่นใดนอกจากที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ซึ่งคนเสมือนไร้ความสามารถอาจจัดการเองไปในทางเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเอหรือครอบครัว ในการสั่งให้บุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถหรือเมื่อผู้พิทักษ์ร้องขอในภายหลัง ศาลมีอำนาจสั่งให้คนเสมือนไร้ความสามารถนั้นต้องได้รับความยินยอมของผู้พิทักษ์ก่อนซึ่งจะทำการนั้นได้  

     - ในกรณีที่คนเสมือนไร้ความสามารถไม่สามารถจะกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดที่กล่าวมาในวรรคหนึ่งหรือวรรคสองได้ด้วยตนเอง เพราะเหตุมีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ศาลจะสั่งให้ผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการนั้นแทนคนเสมือนไร้ความสามารถก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ให้นำบทบัญญัติที่เกี่ยวกับผู้อนุบาลมาใช้บังคับแก่ผู้พิทักษ์โดยอนุโลม

     - คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

     - การใดกระทำลงโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรานี้ การนั้นเป็นโมฆียะ -ในกรณีที่ผู้พิทักษ์ไม่ยินยอมให้คนเสมือนไร้ความสามารถกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 34 โดยปราศจากเหตุอันสมควร เมื่อคนเสมือนไร้ความสามารถร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้กระทำการนั้นโดยไม่ต้องรับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก็ได้ ถ้าการนั้นจะเป็นคุณประโยชน์แก่คนเสมือนไร้ความสามารถ (มาตรา 35)

     - ถ้าเหตุที่ศาลได้สั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถได้สิ้นสุดไปแล้วให้นำบทบัญญัติ มาตรา 31 มาใช้บังคับโดยอนุโลม (มาตรา 36)





สกัดหลัด ป.พ.พ. บุคคล (สภาพบุคคล, ความสามารถ, ภูมิลำเนา, สาบสูญ) สำหรับสอบ 3 สนาม | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2750 ครั้ง
ลงวันที่ 27/01/2014 10:56:29





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน