เขตอำนาจสอบสวนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากและเกี่ยวข้องกับอำนาจฟ้องของพนักงานอัยการ เพราะถ้าหากว่าการสอบสวนไม่ได้กระทำโดยพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจสอบสวนอย่างถูกต้องตาม มาตรา 18 และ มาตรา 19 แล้ว การสอบสวนนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง
มาตรา 18 ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ปลัดอำเภอ และข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตน หรือผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูกจับภายในเขตอำนาจของตนได้
สำหรับในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิดหรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตน หรือผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูกจับภายในเขตอำนาจของตนได้
ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในมาตรา 19 มาตรา 20 และมาตรา 21 ความผิดอาญาได้เกิดในเขตอำนาจพนักงานสอบสวนคนใด โดยปกติให้เป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนผู้นั้นเป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนความผิดนั้นๆ เพื่อดำเนินคดี เว้นแต่เมื่อมีเหตุจำเป็นหรือเพื่อความสะดวก จึงให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูกจับเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการสอบสวน
ในเขตท้องที่ใดมีพนักงานสอบสวนหลายคน การดำเนินการสอบสวนให้อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนผู้เป็นหัวหน้าในท้องที่นั้น หรือผู้รักษาการแทน
ความผิดที่เกิด อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดนั้นคืออะไร
การจะทราบเรื่องความผิดเกิด อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดนั้น เราจะต้องพิจารณาเสียก่อนว่าจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันในข้อหาใด เช่น หากคดีที่ต้องการดำเนินคดีเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ท้องที่ที่ทรัพย์นั้นถูกลักไปเป็นท้องที่ที่ความผิดเกิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3337/2543
จำเลย ให้ผู้ตายดื่มสารพิษที่บ้านพักของผู้ตาย ความผิดอาญาที่จำเลยกระทำเกิดขึ้นที่บ้านพักของผู้ตาย ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง ส่วนที่ผู้ตายถึงแก่ความตายที่โรงพยาบาล พ. เป็นผลของการกระทำผิดความผิดอาญาได้เกิดในเขตอำนาจพนักงานสอบสวนคนใด โดยปกติให้เป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนผู้นั้นเป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนความ ผิดนั้น ๆ เพื่อดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคสาม พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดอนเมืองมีอำนาจสอบสวน
ถ้วยกาแฟและช้อนกาแฟของกลางเป็นของใช้ประจำบ้านผู้ตายส่วนสารพิษของกลางเป็น ทรัพย์สินของโรงพยาบาล ร. มิใช่ทรัพย์ที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าทำหรือมีไว้เป็นความผิด จึงมิใช่ทรัพย์ที่ต้องริบเสียทั้งสิ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32
จำเลยเป็นผู้นำผู้ตายไปส่งโรงพยาบาลและพยายามบอกความจริงให้แพทย์ผู้รักษา ทราบว่าผู้ตายกินสารพิษโคลชิซินเพื่อแพทย์จะได้รักษาผู้ตายได้ถูกต้องทั้ง จำเลยให้ผู้ตายรับประทานเม็ดคาร์บอนเพื่อช่วยดูดซึมสารพิษในร่างกายของผู้ ตายให้หมดไป แสดงว่าจำเลยได้พยายามช่วยชีวิตผู้ตายอย่างเต็มความสามารถประกอบกับจำเลยได้ ออกค่ารักษาพยาบาลผู้ตายตลอดมาโดยมุ่งหมายให้ผู้ตายรอดชีวิตอันเป็นการ พยายามบรรเทาผลร้าย จึงมีเหตุอันควรปรานีลงโทษสถานเบา
จำเลยรับราชการที่โรงพยาบาล ร. ตั้งแต่ 2525 ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ 5 แสดงว่าจำเลยมีคุณงามความดีมาก่อน จำเลยกระทำผิดเนื่องจากความหึงหวงผู้ตายที่ไปมีหญิงอื่น หลังจากเกิดเหตุจำเลยพยายามบรรเทาผลร้ายอย่างสุดความสามารถเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงสมควรให้โอกาสจำเลยได้กลับตัวเป็นคนดีโดยรอการลงโทษจำคุก
ความผิดเกิดขึ้นในเรือไทย อากาศยานไทย ที่เข้าข่ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 4 พนักงานสอบสวนกองปราบปรามกรมตำรวจ เป็นผู้มีอำนาจสอบสวน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2670/2535
เหตุเกิดขึ้นในเรือไทย เป็นการกระทำความผิดในราชอาณาจักรพนักงานสอบสวน กองปราบปราม กรมตำรวจ มีอำนาจสอบสวนคดีอาญาได้ทั่วราชอาณาจักร จึงมีอำนาจสอบสวน ส.เบิกความเป็นพยานจำเลย หาใช่เป็นกรณีที่โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยานอันเป็นการฝ่าฝืน ป.วิ.อ. มาตรา 232 ไม่ คำเบิกความของส.นำมารับฟังเพื่อประกอบดุลพินิจในการวินิจฉัยคดีได้
หมายเหตุ ความผิดที่เกิดขึ้นในเรือไทย อากาศยานไทย ตามมาตรา 4 นี้ ต้องเป็นกรณีเรือไทยหรืออากาศยานไทย บินหรือเดินเรืออยู่นอกราชอาณาจักร ถ้าเรือไทยหรืออากาศยานไทยจอดอยู่ในราชอาณาจักร ไม่เข้าข่าย ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 4 เช่น มีการฆ่ากันตายบนเครื่องบินไทยที่บินอยู่เหนือน่านฟ้าประเทศญี่ปุ่น พนักงานสอบสวนกองปราบปรามกรมตำรวจมีอำนาจสอบสวน แต่ถ้า เครื่องบินไทย จอดอยู่ที่สนามบินดอนเมือง เป็นการกระทำความผิดในราชอาณาจักร มิใช่กรณีถือว่ากระทำความผิดในราชอาณาจักรตามมาตรา 4 พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมืองจึงมีอำนาจสอบสวน
พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบการสอบสวน
ในกรณีที่การสอบสวนได้กระทำโดยพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจสอบสวนตามมาตรา 18 วรรคแรกและวรรคสอง มีมากกว่าหนึ่งท้องที่ (กรณีความผิดเกิด อ้างว่าได้เกิด หรือเชื่อว่าได้เกิด หรือพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่ผู้ต้องหามีที่อยู่หรือถูกจับ )
เช่น แดงกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นที่ท้องที่ สน.บางเขน แต่มาหลบซ่อนตัวและถูกจับที่ สน.ดอนเมือง ทั้ง สน.บางเขน และ สน.ดอนเมืองมีอำนาจสอบสวน สน.บางเขนได้ดำเนินการรับแจ้งความและเริ่มสอบสวนแล้ว มีการออกหมายจับ และจับตัวนายแดงได้ที่ เขตดอนเมือง โดยเจ้าพนักงานตำรวจ สน.ดอนเมือง เมื่อจับตัวได้ สน.ดอนเมืองได้ทำการสอบสวน แต่สุดท้ายแล้ว พนักงานสอบสวนที่จะมีอำนาจสรุปสำนวนส่งฟ้อง (รับผิดชอบการสอบสวน) จะต้องเป็น พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่ความผิดนั้นได้เกิดคือ สน.บางเขน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น หรือเพื่อความสะดวก จึงให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ผู้ต้องหามีที่ อยู่หรือถูกจับ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการสอบสวน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9239/2547
เหตุคดีนี้เกิดขึ้นในซอยบ่อนไก่ ถนนพิบูลสงคราม ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เพียงท้องที่เดียว สถานที่ที่จำเลยถูกจับกุมภายหลังการกระทำความผิดซึ่งอยู่ในเขตท้องที่สถานี ตำรวจนครบาลเตาปูน หาใช่ท้องที่ที่เกิดการกระทำความผิดด้วยไม่ เมื่อที่เกิดเหตุอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมื่องนนทบุรีพนักงาน สอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนนทบุรีจึงมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบในการ สอบสวนความผิดนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 18 วรรคสาม
ป.วิ.อ. มาตรา 158 (6) เพียงแต่บังคับโจทก์ให้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้น เป็นความผิดเท่านั้น หาได้บังคับให้โจทก์ต้องระบุวรรคของบทมาตราในกฎหมายด้วยไม่
|