หัวข้อ : ป่วยทางจิตต้องเอากางเกงในผู้หญิงมาดม\" ชี้ขาดความเห็นแย้ง ๒๔๕/๒๕๕๒
หมวดหมู่ : รวมคำพิพากษาศาลฎีกา ที่น่าสนใจ (ฎีกา 5ดาว)






"ป่วยทางจิตต้องเอากางเกงในผู้หญิงมาดม"

ผู้ต้องหาใช้คีมเป็นอุปกรณ์ตัดล็อคประตูสำนักงานและใช้ชะแลงงัดประตูกระจกเพื่อเข้าไปในสำนักงาน มีผู้พบเห็นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมพร้อมยึดคีม ชะแลงและอุปกรณ์ในการงัดแงะอีกหลายรายการ

ผู้ต้องหาอ้างว่าป่วยทางจิตต้องการเอากางเกงในผู้หญิงมาสูดดม โดยมีแพทย์ผู้ทำการรักษายืนยันว่าผู้ต้องหามีอาการทางจิตจริง อยู่ระหว่างการรักษาจริง

การที่ผู้ต้องหาใช้คีมตัดกุญแจล็อคประตูอาคารสำนักงานผู้เสียหาย และใช้ชะแลงงัดประตูกระจกเพื่อเข้าไปในสำนักงาน โดยพบเลื่อยตัดเหล็ก ใบเลื่อยตัดเหล็ก ไขควงปากแบน คีมตัดลวด ไฟฉาย ถุงมือ หมวกไหมพรม เชือกไนล่อน อยู่ในรถที่ผู้ต้องหาขับมา พฤติการณ์แสดงว่ามีการเตรียมการมาก่อน มิใช่เกิดจากอาการทางจิต รับฟังได้ว่ามีเจตนาลักทรัพย์ในอาคารที่เกิดเหตุ แต่ถูกจับเสียก่อน

หลักฐานพอฟ้อง สั่งฟ้องผู้ต้องหาฐานพยายามลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ ริบชะแลงและคีมของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด เลื่อยตัดเหล็กและใบตัดเหล็กของกลางที่มีไว้ใช้ในการกระทำผิด ของกลางอื่นไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้ในการกระทำความผิด ให้จัดการตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๘๕ (ชี้ขาดความเห็นแย้ง ๒๔๕/๒๕๕๒)

ข้อสังเกต :

๑. กระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ ไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิต จิตฟั่นเฟือน ไม่ต้องรับโทษในความผิดนั้น หากยังสามารถรับผิดชอบอยู่บ้าง ยังสามารถบังคับตัวเองได้บ้าง ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น เพียงแต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฏหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

๒. ในระหว่างการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณา หากมีเหตุควรเชื่อว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลย เป็นคนวิกลจริต และไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้พนักงานสอบสวนหรือศาล สั่งให้แพทย์ตรวจผู้นั้น แล้วให้แพทย์มาให้ถ้อยคำ หากพนักงานสอบสวนหรือศาลเห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นคนวิกลจริตไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้งดการสอบสวน ไต่สวน หรือพิจารณาคดีไว้ แล้วส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลโรคจิต หรือมอบตัวให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือบุคคลอื่นที่เต็มใจรับไปดูแลรักษา

๓. หากสำนวนอยู่ในชั้นพิจารณาของพนักงานอัยการ พนักงานอัยการจะมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำนเนินการตาม ข้อ ๒. เมื่อได้ผลอย่างไรจึงแจ้งพนักงานอัยการเพื่อที่จะมีคำสั่ง ว่าจะให้งดการสอบสวน งดการพิจารณาในชั้นอัยการหรือไม

๔. หากว่ากระทำความผิดเกิดจากคนวิกลจริต บุคคลนั้นก็ยังต้องรับผิดในทางแพ่ง บิดามารดาหรือผู้อนุบาลรับผิดด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามควรแก่หน้าที่ที่ทำอยู่นั้น เช่น สมมติว่าผู้ต้องหาเป็นคนวิกลจริตไม่สามารถรู้สึกตัวและไม่สามารถบังคับตัวเองได้ ไปงัดประต เพื่อเข้าไปลักทรัพย์ เป็นการทำให้เสียทรัพย์ทางอาญาและเป็นการทำละเมิดทางแพ่งด้วย จึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย ตลอดทั้งบิดามารดาผู้อนุบาลต้องร่วมรับผิดด้วย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังตามควรแก่หน้าที่แล้ว จึงไม่ต้องร่วมรับผิดด้วย

๕. การที่ผู้ต้องหาเตรียมอุปกรณ์ในการงัดแงะหลายอย่าง แล้วใช้คีมตัดล็อคประตูสำนักงานและใช้ชะแลงงัดประตูกระจก แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหามีการเตรียมการเพื่อเข้าไปลักทรัพย์ในอาคารดังกล่าว หาใช่เป็นโรคจิตตามที่ผู้ต้องหาอ้าง ทั้งการเป็นโรคจิตที่ต้องการเอากางเกงในผู้หญิงมาสูดดม ก็เป็นโรคจิตอย่างอ่อน ไม่ใช่เป็นโรคจิตที่ไม่สามารถรู้ผิดชอบชั่วดีหรือไม่สามารถบังคับการกระทำของตนได้ จึงไม่อาจอ้างว่าวิกลจริต ไม่สามารถต่อสู้คดีได้ เพื่อให้งดการสอบสวน หรือนำมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงแต่อย่างใด

๖. ชะแลงและคีมของกลางใช้ในการตัดกุญแจและงัดประตู เป็นทรัพย์ "ที่ใช้ " ในการกระทำความผิดที่ทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์เพื่อเข้าไปลักทรัพย์ในอาคาร จึงขอให้ศาลริบ ตาม ป.อ. มาตรา ๓๓ (๑)

๗. เลื่อยตัดเหล็กและใบเลื่อยตัดเหล็ก เป็นทรัพย์ที่ "มีไว้เพื่อใช้" ในการกระทำความผิดฐานทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ เพื่อเข้าไปลักทรัพย์ ขอให้ศาลริบตาม ป.อ. ๓๓ (๑)

๘. ไฟฉาย ถุงมือ หมวกไหมพรม เชือกไนล่อน ไขควงปากแบน คีมตัดลวด ไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้ใช้ในการกระทำความผิด ให้จัดการตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๘๕ คืนของกลางแก่เจ้าของหรือผู้มีสิทธิตามกฏหมาย ไม่ได้ใช้คำว่า "คืนของกลางแก่เจ้าของ"

(ท่านจิระประวัติ เเบบประเสริฐ)




ป่วยทางจิตต้องเอากางเกงในผู้หญิงมาดม\" ชี้ขาดความเห็นแย้ง ๒๔๕/๒๕๕๒ | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2577 ครั้ง
ลงวันที่ 27/01/2014 13:30:51





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน