"วางแผนฆ่าเป็นทอดๆ"
ผู้ต้องหาที่ ๘ บอกผู้ต้องหาที่ ๗ ให้หาคนมาฆ่าผู้เสียหายในราคา ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ต้องหาที่ ๗ บอกผู้ต้องหาที่ ๖ ให้หาคนมาฆ่าผู้เสียหาย ผู้ต้องหาที่ ๖ บอกผู้ต้องหาที่ ๔ หาคนไปลอบฆ่าผู้เสียหาย ผู้ต้องหาที่ ๔ บอกผู้ต้องหาที่ ๓ หาคนมาฆ่าผู้เสียหาย ผู้ต้องหาที่ ๓ ไปจ้างผู้ต้องหาที่ ๑ เพื่อจัดหาคนมาฆ่าผู้เสียหายโดยให้ค่าจ้าง ๑๔๐,๐๐๐ บาท
ผู้ต้องหาที่ ๓ ขอเงินจากผู้ต้องหาที่ ๔ เพิ่มอีก... ๑๕,๐๐๐ บาท เมื่อได้เงิน ผู้ต้องหาที่ ๓ ถอนเงินมาจ่ายค่าอาวุธปืน ๗,๐๐๐ บาท และได้พาผู้ต้องหาที่ ๑ ไปดูบ้านผู้เสียหายพร้อมมอบภาพถ่ายและกระดาษเขียนข้อมูลการใช้รถของผู้เสียหายให้ผู้ต้องหาที่ ๑ แล้วพาไปรับกระสุนจากผู้ต้องหาที่ ๔ จำนวน ๑๒ นัด
ผู้ต้องหาที่ ๑ ขับรถไปดูบ้านผู้เสียหายอีกครั้งแล้วได้บอกให้ผู้ต้องหาที่ ๒ มายิงผู้เสียหายโดยให้ค่าจ้าง ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมให้ดูภาพถ่ายผู้เสียหาย และได้พาผู้ต้องหาที่ ๒ ไปลองยิงปืน
ครั้นวันที่ ๔ เม.ย. ๒๕๕๒ ผู้ต้องหาที่ ๑ ได้รับกระสุนเพิ่ม ๓ นัด ผู้ต้องหาที่ ๑ ขับรถจักรยานยนต์พาผู้ต้องหาที่ ๒ ซ้อนท้ายไปบ้านผู้เสียหาย แต่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่หน้าบ้านจึงโทรศัพท์บอกผู้ต้องหาที่ ๓ ให้โอนเงิน ๕๐๐ บาท และโทรศัพท์ให้ผู้ต้องหาที่ ๔ โอนเงิน ๕๐๐ บาทให้ผู้ต้องหาที่ ๑ ผู้ต้องหาที่ ๓ บอกผู้ต้องหาที่ ๑ ให้ขับรถวนกลับไปยิงผู้เสียหายอีก แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าหน้าบ้านจึงโทรศัพท์แจ้งผู้ต้องหาที่ ๔ ผู้ต้องหาที่ ๔ โทรศัพท์แจ้งผู้ต้องหาที่ ๖ ผู้ต้องหาที่ ๖ โทรแจ้งว่าตำรวจที่หน้าบ้านเป็นพวกของผู้ต้องหา ให้ย้อนกลับไปยิงผู้เสียหาย เมื่อไปถึงหน้าบ้านพบเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจึงพากันไปหาผู้ต้องหาที่ ๓ ที่ ๔
ต่อมาวันที่ ๕ เม.ย. ๒๕๕๒ ผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ ได้ไปที่บ้านผู้เสียหาย พบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่หน้าบ้านผู้เสียหาย จึงได้ขี่รถกลับระหว่างทางถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพราะรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนและตรวจยึดอาวุธปืน ขนาด .๓๘ จำนวน ๑๐ นัด พร้อมภาพถ่ายผู้เสียหาย ข้อมูลประวัติผู้เสียหาย พยานหลักฐานได้ความว่ามีการวางแผนฆ่ากันเป็นทอดๆโดยผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ เป็นคนรับจ้างไปฆ่า การที่ผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันใช้อาวุธพร้อมกระสุน โดยผู้ต้องหาที่ ๑ เป็นคนขับ ผู้ต้องหาที่ ๒ เป็นคนซ้อนไปหน้าบ้านผู้เสียหาย ๔ ครั้ง เพื่อจะยิงผู้เสียหายว่า ผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ ลงมือกระทำความผิดเพื่อฆ่าผู้เสียหายแล้วตามที่ได้ว่าจ้าง แต่การกระทำไปไม่ตลอด เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัย ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา ที่ ๒ ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ชี้ขาดความเห็นแย้ง ๓๒๙/๒๕๕๒)
ข้อสังเกต :
๑. ผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ เดินทางไปบ้านผู้เสียหายพร้อมอาวุธปืนและกระสุนปืนเพื่อไปฆ่าผู้เสียหายตามที่ได้รับว่าจ้าง แต่ไม่สามารถยิงผู้เสียหายได้ ถือว่าได้ลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอด เนื่องจากมีเจ้าหน้าตำรวจอยู่ จึงเป็นการร่วมกันพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นการกระทำสองกรรม คือพยายามกระทำความผิดในวันที่ ๔ เม.ย. ๒๕๕๒ และพยายามกระทำความผิดในวันที่ ๕ เม.ย. ๒๕๕๒
๒. ผู้ต้องหาอื่นที่เป็นผู้ใช้กันเป็นทอดๆ ต้องรับผิดฐานเป็นผู้ใช้ผู้อื่นกระทำความผิด ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
(ท่านจิระประวัติ เเบบประเสริฐ)
|