หัวข้อ : เพิกถอนการฉ้อฉล (มาตรา 237 วรรคหนึ่ง) คำพิพากษาฎีกาที่ 6239/2555
หมวดหมู่ : สกัดหลัก กฎหมายแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)





แพ่ง : เรื่อง เพิกถอนการฉ้อฉล (มาตรา 237 วรรคหนึ่ง)

คำพิพากษาฎีกาที่ 6239/2555 ----- แม้การที่จำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์ยึดถือโฉนดที่ดินพิพาทไว้จะไม่มีผลบังคับในทางจำนอง แต่ก็แสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ว่าจำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์ยึดโฉนดที่ดินพิพาทเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้โจทก์สามารถบังคับคดีเอา...กับที่ดินพิพาทได้และเพื่อไม่ให้จำเลยที่ 1 ไปทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทนั่นเอง

การที่จำเลยที่ 1 ไปแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินจนเจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินพิพาท แล้วจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ไป จำเลยที่ 1 ย่อมรู้ดีว่าทำให้โจทก์ไม่อาจที่จะบังคับชำระหนี้เอาจากที่ดินพิพาท ทั้งข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินอื่นพอจะชำระหนี้ได้และจำเลยที่ 1 ก็ยอมรับว่าไม่ได้ประกอบอาชีพและไม่มีรายได้ จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ทั้งรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ

จำเลยที่ 1 กับที่ 2 มีความสัมพันธ์เป็นพ่อตาและบุตรเขยกัน ย่อมมีความใกล้ชิดกัน แม้จำเลยที่ 2 จะอ้างว่าซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริต แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมบ้านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 2 ก็ไม่ได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทและบ้านหลังดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งทรัพย์สินของใช้ต่าง ๆ ของ จ. บุตรสาวของจำเลยที่ 1 ที่อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวก็ไม่ได้ขนย้ายออกไปและเจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถยึดไปได้หลายรายการ นอกจากนี้ ศ. ภริยาจำเลยที่ 1 ก็ยังอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ตามพฤติการณ์จึงส่อไปในทางสมรู้กัน ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ามีการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จริง เชื่อว่าจำเลยที่ 2 รับโอนที่ดินพิพาทโดยรู้ข้อความจริงอันเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ต้องเสียเปรียบ




เพิกถอนการฉ้อฉล (มาตรา 237 วรรคหนึ่ง) คำพิพากษาฎีกาที่ 6239/2555 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2878 ครั้ง
ลงวันที่ 27/01/2014 15:39:31





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน