หัวข้อ : จำเลยฎีกา ต่อมาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอให้การรับสารภาพในชั้นฎีกา จะถือว่าเป็นการแก้ไขคำให้การ เป็นการยื่นคำร้องขอถอนฎีกา หรือขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกา หรือไม่ ?
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ





จำเลยฎีกา ต่อมาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอให้การรับสารภาพในชั้นฎีกา จะถือว่าเป็นการแก้ไขคำให้การ เป็นการยื่นคำร้องขอถอนฎีกา หรือขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกา หรือไม่ ?

ธงคำตอบ : คำพิพากษาฎีกาที่ 9481/2553 ----- จำเลยฎีกาว่ามิได้กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ประการหนึ่ง ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกอีก...ประการหนึ่ง การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้การรับสารภาพในชั้นฎีกา แม้จะถือว่าเป็นการขอแก้ไขคำให้การจากที่ให้การปฏิเสธเป็นให้การรับสารภาพ ซึ่งจำเลยไม่อาจกระทำได้ เพราะการแก้ไขคำให้การจะต้องการกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง และไม่อาจถือว่าการที่จำเลยยื่นคำร้องนี้เป็นการยื่นคำร้องขอถอนฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 202 ประกอบมาตรา 225 เพราะจำเลยยังติดใจฎีกาในประเด็นการลดโทษและรอการลงโทษจำคุก ทั้งไม่อาจถือว่าเป็นการยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาด้วยการสละประเด็นบางข้อเพราะพ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 แล้ว แต่การที่จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอให้การรับสารภาพในชั้นฎีกาเช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยยอมรับข้อเท็จจริง โดยไม่ได้โต้แย้งข้อที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (จากบทบรรณาธิการเนติฯ ภาค 2/65)



จำเลยฎีกา ต่อมาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอให้การรับสารภาพในชั้นฎีกา จะถือว่าเป็นการแก้ไขคำให้การ เป็นการยื่นคำร้องขอถอนฎีกา หรือขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกา หรือไม่ ? | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2672 ครั้ง
ลงวันที่ 28/01/2014 00:08:05





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน