คำถาม เจ้าของบ้านซึ่งอยู่บริเวณบ้าน หากมีบุคคลอื่นลุกล้ำเข้ามากระทำการอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะต้องหลบหนีผู้กระทำความผิดก่อนหรือไม่ และจะมีสิทธิที่จะป้องกันตนหรือไม่
มาตรา 67 ผู้ใดกระทำความผิดด้วยความจำเป็น
(1) เพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีก เลี่ยงหรือขัดขืนได้ หรือ
(2) เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตน มิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน
ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแต่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้อง รับโทษ
มาตรา 68 ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อ กฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควร แก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้น ไม่มีความผิด
มาตรา 69 ในกรณีที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 67 และ มาตรา 68 นั้น ถ้าผู้กระทำได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่ง ความจำเป็นหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น เพียงใดก็ได้แต่ถ้าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจากความตื่นเต้น ความ ตกใจหรือความกลัว ศาลจะไม่ลงโทษผู้กระทำก็ได้
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้
พิพากษาศาลฎีกาที่ 7940/2551 (ป.อ.มาตรา 69 ,288) ผู้ตายถืออาวุธมีดยาว 12 นิ้ว เข้ามาในบ้านจำเลยเพื่อจะทําร้าย จำเลยจึงขึ้นไปบนบ้าน เพื่อหยิบอาวุธปืนยาวกึ่งอัตโนมัติขนาดจุด22 ซึ่งเป็นอาวุธที่จำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้ลงมา เพื่อปรามมิให้ผู้ตายทำร้ายจำเลยหรือทรัพยืสินของจำเลย ไม่มีกิริยาอาการที่จะยิงทำร้ายผู้ตาย ดังนี้จะถือว่ามีเจตนาที่จะสมัครใจทะเลาะวิวาทกับผู้ตายไม่ได้ เพราะบ้านที่จำเลยอยู่นี้ถือว่าเป็นเคหสถานที่ปลอดภัยไม่ควรถูกบุคคลอื่นรุกล้ําเข้ามากระทําการอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่จําต้องหลบหนี และมีสิทธิป้องกันสิทธิของตน เพราะจำเลยเป็นผู้สุจริตหาต้องถูกบังคับให้ไปเสียจากเคหสถามของจำเลยทีมีสิทธิที่จะอาศัยอยู่และเคลื่อนไหวโดยอิสระ หากจำเลยจําต้องหนีแล้วเสรีภาพของจำเลยก็จะถูกกระทบกระเทือน ต่อมา ผู้ตายเดินเข้าหาจำเลยเพื่อจะทำร้ายระยะห่างประมาณ 1วา โดยมีอาวุธมีดยาว นับว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิจะป้องกันเนื่องจากหากปล่อยให้ผู้ตายเข้ามาใกล้กว่านั้น โอกาศที่จะใช้ปืนยาวยิงเพื่อป้องกันตัวย่อมจะขัดข้อง การที่จำเลยใช้อาวะดังกล่าวยิงไปที่ผู้ตาย 1 นัด แต่ผู้ตายก็ยังคงเดินเข้ามาหาจำเลยอีก จำเลยจึงยิงอีก 2 นัด ติดต่อกันจนผู้ตายล้มลงถึงแก่ความตาย นับว่าเป็นการพอสมควรแก่เหตุในภาวะและวิสัยเช่นนั้น การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ภายหลังจากผู้ตายล้มลงนอนหงายจำเลยยังเดินเข้าไปยิงผู้ตายอีก 2 นัด จึงเป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุ จำเลยมีความผิดอาญาฐานฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
พิพากษาศาลฎีกาที่ 169/2504 (ป.อ.มาตรา 68 ,288) ผู้ตายเมาสุราร้องท้าทายจำเลยให้มาต่อสู้กันจำเลยไม่สู้ ผู้ตายถือมีดดาบปลายแหลมลุยข้ามคลองจะเข้าไปฟันจำเลยถึงในบ้าน แม้จำเลยจะเห็นผู้ตายอยู่ก่อนอาจจะหลบหนีไปได้ แต่ก็ไม่มีความจำเป็นอย่างไรที่จำเลยผู้มีสิทธิครอบครองเคหสถานแห่งตนโดยชอบด้วยกฎหมายจะต้องหนีกระทำผิดกฎหมาย ดังนี้ จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย 1 นัดขณะผู้ตายอยู่ห่างจากจำเลย 6ศอก ถึง 2 วา นั้นถือว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุ
|