เขียนคำฟ้องคดีปกครอง อย่างไร
---------------------
สำหรับคำฟ้องคดีไม่มีแบบที่เคร่งครัดตายตัว แต่คำฟ้องคดีต้องทำเป็นหนังสือโดยใช้ถ้อยคำสุภาพ และจะต้องมี
1. ชื่อและที่อยู่ของผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดี
2. ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ตามสมควรที่แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่กระทำการที่ไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายหรือมีข้อเท็จจริงอย่างไร เช่น ข้อเท็จจริงเกิดขึ้นเมื่อใดและผู้ฟ้องได้ยื่นอุทธรณ์หรือ ขอให้เจ้าหน้าที่แก้ไขตามขั้นตอนหรือวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้เมื่อใด และผลเป็นอย่างไร เป็นต้น
3. ผู้ฟ้องคดีจะต้องระบุคำขอไว้ด้วยว่า ต้องการให้ศาลสั่งอย่างไรซึ่งคำขอดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับเรื่องที่ฟ้องคดีรวมทั้งเป็นคำขอที่ศาลสามารถมีคำพิพากษา หรือคำสั่งให้ได้ เช่น ขอให้ศาลสั่งให้เพิกถอนคำสั่งในกรณีที่ฟ้องว่าเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือขอให้ศาลสั่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในเวลาที่กำหนดในกรณีที่ฟ้องว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร เป็นต้น
4. ลายมือชื่อของผู้ฟ้องคดี ในกรณีที่มีผู้เดือดร้อนหรือเสียหายหลายคน ซึ่งแต่ละคนประสงค์จะฟ้องคดีด้วยเรื่องเดียวกัน ผู้ฟ้องคดีอาจยื่นคำฟ้องรวมกันเป็นฉบับเดียวก็ได้โดยลงลายมือชื่อผู้ฟ้องคดีทุกคนท้ายคำฟ้อง และในกรณีนี้ผู้ฟ้องคดีทุกคนจะมอบหมายให้ผู้ฟ้องคดีคนหนึ่งเป็นผู้แทน ของผู้ฟ้องคดีทุกคนในการดำเนินคดีก็ ได้โดยระบุชื่อผู้แทนนั้นในคำฟ้องดังกล่าว โดยไม่ต้องทำใบมอบอำนาจหรือใบมอบฉันทะแยกต่างหาก อนึ่งการดำเนินคดีในศาลปกครองนั้น ผู้ฟ้องคดีสามารถดำเนินคดี ด้วยตนเองได้เนื่องจากเป็นผู้ที่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างดีหรืออาจมอบให้ทนายความหรือผู้ที่ตนเองไว้วางใจเป็นผู้ดำเนินคดีแทนตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นคดีได้ โดยในการมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทน ผู้ฟ้องคดีจะต้องแนบใบมอบอำนาจให้ดำเนิน คดีพร้อมทั้ง ติดอากรแสตมป์ 30 บาท แต่หากเป็นการมอบหมายให้บุคคลอื่นมายื่นเอกสาร หรือพยานหลักฐานเป็นคราวๆ ไป ผู้ฟ้องคดีต้องจัดทำใบมอบฉันทะให้แก่ผู้ที่จะทำการแทนตนพร้อมทั้งติดอากรแสตมป์ 10 บาทในการฟ้องคดีปกครอง ผู้ฟ้อง คดีมีหน้าที่ต้องจัดทำสำเนาคำฟ้องและสำเนาพยานหลักฐานที่ผู้ฟ้องคดีรับรองสำเนาถูกต้องตามจำนวนของผู้ถูกฟ้องคดียื่นมา กับคำฟ้องด้วย หากผู้ฟ้องคดีไม่ดำเนินการดังกล่าวศาลอาจมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้ พิจารณาและสั่งจำหน่าย คดีออกจาก สารบบความได้
การฟ้องคดีปกครองจะต้องทำอย่างไร
การฟ้องคดีต่อศาลปกครองนั้นมีหลักว่า ให้กระทำได้โดยง่าย ไม่มีข้อยุ่งยากโดยผู้ฟ้องคดีสามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ 2 วิธี คือ
1. ผู้ฟ้องสามารถยื่นฟ้องคดีได้ด้วยตนเองที่ศาลปกครอง หรือ
2. ผู้ฟ้องคดีอาจใช้วิธีการส่งคำฟ้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ได้ อนึ่งการยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองนั้น ผู้ฟ้องคดีสามารถยื่นฟ้องคดีได้ด้วยตนเอง หรืออาจมอบให้ทนายความหรือผู้ที่ตนไว้ วางใจเป็นผู้ยื่นฟ้องคดีแทนได้ ซึ่งในกรณีที่มีการมอบหมายให้ยื่นฟ้องคดีแทนจะต้องแนบใบมอบฉันทะที่ติดอากร แสตมป์ 10 บาท มาพร้อมกับคำฟ้องด้วย
จะต้องฟ้องคดีต่อศาลปกครองปกครองชั้นต้นหรือศาลปกครองสูงสุด และฟ้องคดีได้ที่ไหนบ้าง
ในการยื่นฟ้องคดีปกครองต่อศาลปกครองชั้นต้นนั้นผู้ฟ้องคดีสามารถจะเลือกฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้นที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองชั้นต้นนั้น หรือต่อศาลปกครองชั้นต้นที่ข้อพิพาทเกิดขึ้นในเขตอำนาจของ ศาลปกครองชั้นต้นนั้นก็ได้ส่วนการฟ้องคดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองสูงสุดนั้น เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดมีเพียงแห่งเดียวการยื่นฟ้องคดีจึงต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดโดยตรง ส่วนการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น จะต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองชั้นต้นที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นอย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปโดยไม่จำเป็นประชาชนสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับศาลที่จะยื่นฟ้องคดีปกครองได้อย่างน้อย 3 ทาง คือ
1. การสอบถามจากสำนักงานศาลปกครองที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุด
2. สอบถามผ่านระบบสายด่วน "1355"
3. ทางอินเตอร์เน็ต http://www.admincourt.go.th
|