หัวข้อ : ความแตกต่าง ระหว่าง กฎหมายมหาชน กับ กฎหมายเอกชน
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ





ความแตกต่างของกฎหมายมหาชนกับกฎหมายเอกชน มีดังนี้

  • พิจารณาผลประโยชน์ที่กฎหมายคุ้มครอง ถ้าเป็นผลประโยชน์ของมหาชนกฎหมายนั้นก็เป็นกฎหมายมหาชน เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค แต่ถ้าเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของเอกชน กฎหมายนั้นก็เป็นกฎหมายเอกชน เช่น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์
  • พิจารณาบุคคลหรือตัวการในกฎหมาย กล่าวคือ ถ้าเป็นนิติสัมพันธ์ระหว่างองค์กรต่าง ๆ ของรัฐด้วยกันเอง หรือเป็นนิติสัมพันธ์ระหว่างองค์กรของรัฐกับเอกชน เช่น รัฐทำสัญญากับบริษัททางด่วนเพื่อสร้างถนนลอยฟ้า กฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้นก็เป็นกฎหมายมหาชน แต่ถ้าเป็นนิติสัมพันธ์ระหว่างเอกชนด้วยตนเอง เช่น ซื้อขาย กฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้นก็เป็นกฎหมายเอกชน
  • พิจารณาจากสถานะของคู่กรณีในนิติสัมพันธ์ ถ้าคู่กรณีฝ่ายหนึ่งมีสถานะเหนือคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง กฎหมายนั้นก็เป็นกฎหมายมหาชน เช่น พระราชบัญญัติเวนคืน แต่ถ้าคู่กรณีมีฐานะเท่าเทียมกัน เช่น สัญญาเช่าซื้อ กฎหมายที่นำมาบังคับใช้คือกฎหมายเอกชน

เมื่อได้เห็นความแตกต่างระหว่างกฎหมายมหาชนกับกฎหมายเอกชน จึงเห็นประโยชน์ในการแบ่งแยกประเภทของกฎหมาย คือ

ก . การตีความหรือแปลกฎหมาย หมายความว่าถ้าข้อความในกฎหมายใดบัญญัติไว้ไม่ชัดเจน จำต้องมีการตีความให้ชัดแจ้ง ถ้าเป็นกฎหมายมหาชน การตีความจะต้องตีความอย่างเคร่งครัด คือ ถ้าการกระทำใดไม่อาจเข้าเกณฑ์ความผิดของกฎหมายอย่างชัดแจ้งจะลงโทษผู้กระทำความผิดยังไม่ได้และในกรณีเป็นที่สงสัยจะต้องตีความให้เป็นผลดีแก่ผู้กระทำความผิด เช่น ในกรณีสงสัยจะลงโทษผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่ได้ เพราะโทษทางกฎหมายมหาชนเป็นโทษที่มีลักษณะรุนแรง เช่น ประหารชีวิต จำคุก เป็นต้น ส่วนการตีความกฎหมายเอกชน มีหลักว่าศาลจะยกฟ้องโดยอ้างว่าไม่มีตัวบทกฎหมายบัญญัติมาได้ ฉะนั้นการตีความแม้ว่ากฎหมายบัญญัติไว้ไม่ชัดแจ้งจะต้องมีความต่อไปโดยอาศัยเจตนารมณ์ของผู้ร่าง และถ้ายังไม่ได้ความชัด ก็จะต้องตีความต่อไป โดยอาศัยจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น และถ้าไม่มีให้อาศัยบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งเป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

  • การอุดช่องว่างของกฎหมาย ถ้าเป็นกฎหมายมหาชนจะต้องอุดช่องว่างโดยกฎหมาย เช่น ตรวจค้นกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่มีอยู่ว่ามีบัญญัติไว้หรือไม่ ถ้าไม่มี ก็จำต้องออกกฎหมายมาอุดช่องว่างเหล่านั้น แต่ถ้าเป็นกฎหมายเอกชนการอุดช่องว่างของกฎหมายอาจทำได้โดยการใช้ กฎหมายใกล้เคียง ใช้เจตนารมณ์ของกฎหมาย ใช้จารีตประเพณีท้องถิ่นเป็นต้น
  • ประโยชน์ในการนำคดีสู่ศาล หากมีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นตามกฎหมายเอกชน จะต้องดำเนินในศาลปกติ เช่น ศาลแพ่ง แต่ถ้ามีข้อขัดเกิดขึ้นตามกฎหมายมหาชนจะต้องดำเนินคดีในศาลเฉพาะ เช่น ศาลอาญา ศาลภาษีอากร เป็นต้นศาลคดีล้มละลาย ( เกิดขึ้นมาใหม่)
  • การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมายเอกชน อาจทำได้เมื่อคู่สัญญายินยอมและมีบทสันนิษฐาน แต่ถ้าเป็นเรื่องกฎหมายเอกชน จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ก็แต่โดยกฎหมายเท่านั้นและจะมีการสันนิษฐานไม่ได้
  • ในการดำเนินการพิจารณา จะพบว่าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายเอกชนแล้ววิธีพิจารณาใช้ระบบกล่าวหา แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายมหาชนจะใช้ระบบไต่สวน
  • เพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอน




ความแตกต่าง ระหว่าง กฎหมายมหาชน กับ กฎหมายเอกชน | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 5561 ครั้ง
ลงวันที่ 15/09/2010 02:40:51


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน