ติดต่อเรา : [email protected]
คำว่า “บุคคลผู้ได้ตั๋วเงินไว้ในครอบครอง”
คำ ๆ นี้ก็สืบเนื่องมาจากมาตรา 904 ผู้ทรงนั้นจะต้องมีตั๋วเงินไว้ในครอบครอง
“ถ้าแสดงให้ปรากฏสิทธิด้วยการสลักหลังไม่ขาดสาย…ท่านให้ถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย”…
เพราะฉะนั้น บุคคลใดก็ตามที่มีตั๋วเงินไว้ในครอบครองในฐานผู้รับสลักหลัง
ก็คือได้รับโอนตั๋วเงินฉบับนั้นมาจะเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายก็จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า
ตนได้ตั๋วเงินนั้นไว้ในครอบครองโดยมีการสลักหลังติดต่อกันมาไม่ขาดสาย
คำว่า “การสลักหลังไม่ขาดสาย” นั้น หมายความว่าตั๋วเงินฉบับนี้มีการสลักหลังโอนติดต่อกันมาเป็นทอด ๆ จากผู้ทรงคนก่อน ๆ เป็นลำดับมาจนกระทั่งถึงผู้ทรงคนปัจจุบัน
ตัวอย่าง
นาย A ผู้สั่งจ่ายออกเช็คระบุชื่อนายหนึ่งเป็นผู้รับเงิน นายหนึ่งก็สลักหลังและ
ส่งมอบเช็คชำระหนี้ให้นายสอง แล้วนายสองก็สลักหลังและส่งมอบเช็คชำระหนี้ให้แก่นายสาม
กรณีนี้ นายสามก็เป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะนายสามมีเช็คไว้ในครอบครอง
ในฐานผู้รับสลักหลัง ตามมาตรา 904 และเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา
905 ด้วย เพราะสามารถแสดงให้ปรากฏสิทธิด้วยการสลักหลังไม่ขาดสาย ก็คือ นายสาม
เขาสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าเช็คฉบับนี้มีโอนติดต่อกันมาเป็นทอด ๆ ตั้งแต่ผู้ทรงคนแรก
คือนายหนึ่ง นายหนึ่งสลักหลังและส่งมอบเช็คให้นายสอง นายสองสลักหลังและส่งมอบเช็ค
ให้นายสาม อย่างนี้เราจึงถือว่า นายสามเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 905
ข้อความว่า “แม้ถึงว่าการสลักหลังรายที่สุดจะเป็นสลักหลังลอย
ก็ตาม…”
การโอนตั๋วเงินชนิดระบุชื่อผู้รับเงินในมาตรา 917 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า
“…ย่อมโอนให้กันได้ด้วยสลักหลังและส่งมอบ”
เพราะฉะนั้น ตั๋วเงินชนิดระบุชื่อผู้รับเงินเวลาจะโอนตั๋วนั้นต่อไปต้องปฏิบัติตามมาตรา 917 วรรคหนึ่ง ก็คือ โอนให้กันด้วยสลักหลังและส่งมอบ
Username :
Password :
เลือกประเภท:
[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์]
สมัครใช้งาน | ลืม Username/Password?