กฏหมายล้มละลาย(อ.ชีพ จุลมนต์) รวมคำบรรยายเล่มที่2 สมัยที่ 67
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๕๒๕/๒๕๕๔ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันฟ้องขอให้ จำเลยทั้งสองล้มละลายโดยมิได้กล่าวในฟ้องถึงการสละหลักประกันหรือตีราคาหลัก ประกันหักกับจำนวนหนี้ของตน จึงเป็นการฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐ แม้ต่อมาโจทก์จะยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องมาเป็นคำฟ้องแบบเจ้าหนี้มีประกันโดยขอตีราคาที่ดินที่จำนองของจำเลยทั้งสองและหักจากจำนวนหนี้แล้วจำเลยทั้งสองยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทก็ตาม แต่ในการขอแก้ไขคำฟ้องพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ มีได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๔ เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ต้องยื่นคำให้การ จึงไม่มีการชี้สองสถาน การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องจากเจ้าหนี้ไม่มีประกันเป็นเจ้าหนี้มีประกันเป็นการขอแก้ไขในสาระสำคัญเพื่อให้คำฟ้องชอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐ ทั้งศาลล้มละลายกลางสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว เสร็จสิ้นในวันเดียวกันเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ โจทก์ขอผัดส่งเอกสารภายใน ๓๐ วัน และนัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไข คำฟ้องเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ จึงล่วงเลยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งในคดีแพ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการขายทอดตลาดก่อนที่โจทก์จะยื่นฟ้อง คดีล้มละลายเป็นเวลา ๖ เดือนเศษ การที่โจทก์ไม่ได้กล่าวมาในฟ้องถึงฐานะการเป็นเจ้าหนี้มีประกันหรือขอแก้ไขคำฟ้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเกิดจากความบกพร่องของโจทก์เอง จึงไม่มีเหตุอันสมควรที่โจทก์ไม่อาจยื่นคำร้องได้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด โจทก์จึงไม่อาจขอแก้ไขคำฟ้องรวมตลอดทั้งไม่อาจอ้างอำนาจฟ้องว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่โจทก์อาจขอแก้ไขคำฟ้องในเวลาใดๆ ก็ได้ คำสังศาลล้มละลายกลางที่ยกคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องและพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว
|