ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา (๑๕ ก.พ. ๕๗) สนามใหญ่ เรื่อง การขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ข้อ ๑ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันลักโฉนดที่ดินของนายสมศักดิ์ ผู้เสียหาย ต่อมาจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมหนังสือมอบอำนาจระบุว่าผู้เสียหายมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๑ มีอำนาจขายที่ดินดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่นางสมศรีเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากนั้นจำเลยทั้งสองร่วมกันนำหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่นางสมศรี ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา ๘๓, ๙๑, ๒๖๕, ๒๖๘, ๓๓๕ ให้จำเลยทั้งสองคืนโฉนดที่ดินแก่ผู้เสียหาย
ภายหลังจากการสืบพยานโจทก์นัดแรกผ่านพ้นไปแล้ว ผู้เสียหายให้นายสมชาติ ทนายความยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์โดยนายสมชาติลงลายมือในคำร้องเอง และต่อมาได้ยื่นบัญชีระบุพยานและได้นำพยานเข้าสืบต่อจากพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้อง ฐานร่วมกันลักทรัพย์ จำคุก คนละ ๒ ปี ฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ์และใช้เอกสารสิทธิ์ปลอมให้ลงโทษ ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอมแต่กระทงเดียว จำคุกคนละ ๒ ปี รวมจำคุกคนละ ๔ ปี และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาที่ดินแทนเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ร่วม
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์ ที่อนุญาตให้โจทก์ร่วมยื่นบัญชีระบุพยานและนำพยานเข้าสืบ และที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ร่วมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นหรือไม่
ธงคำตอบ ในคดีอาญาผู้เสียหายมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในระยะใดระหว่างพิจารณาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนั้นได้ ตาม ป.วิ อาญา มาตรา ๓๐ คำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ไม่ใช่คำฟ้อง ดังนั้นนายสมชาติ ทนายความจึงลงลายมือชื่อแทนผู้เสียหายในคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๑๕๘ (๗) ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย (เทียบฎีกาที่ ๖๒๙/๒๕๐๑) อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น นอกจากนี้ผู้เสียหายได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์แล้ว ผู้เสียหายย่อมเป็นโจทก์ด้วย ตาม ป.วิ อาญา มาตรา ๒ (๑๔) และย่อมเป็นคู่ความตามมาตรา ๒ (๑๕) โจทก์ร่วมจึงระบุบัญชีพยานหรือสืบพยานเพิ่มเติมได้ ตามมาตรา ๒๒๙/๑ ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมยื่นบัญชีระบุพยานและนำพยานเข้าสืบจึงชอบด้วยกฎหมาย (เทียบฎีกาที่ ๕๖๘/๒๕๑๓) อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ป.วิ อาญา มาตรา ๔๓ ให้อำนาจพนักงานอัยการที่จะเรียกทรัพย์หรือราคาแทนผู้เสียหาย เฉพาะทรัพย์หรือราคาที่ผู้เสียหายสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำความผิด เมื่อจำเลยทั้งสองร่วมกันลักโฉนดที่ดินของโจทก์ร่วมไป ดังนั้น ทรัพย์สินของโจทก์ร่วมที่สูญเสียไปคือโฉนดที่ดินเท่านั้น แม้จำเลยทั้งสองจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่บุคคลภายนอกโดยได้รับเงินก็ตาม แต่ก็เป็นเงินที่จำเลยทั้งสองได้มาจากปลอมหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมและนำโฉนดที่ดินที่ลักมาไปจดทะเบียนโอนขาย มิใช่ทรัพย์สินของโจทก์ร่วมที่สูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดในราคาที่ดินตามที่ได้รับจากการจดทะเบียนขายที่ดินให้แก่โจทก์ร่วมเพราะไม่ใช่เป็นการคืนทรัพย์ตามคำขอโจทก์ ที่ศาลชั้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาที่ดินแทนโจทก์ร่วมจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย (เทียบฎีกาที่ ๓๖๐๐/๒๕๕๓) อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังขึ้น
____________________________
ขอวิเคราะห์แบบบ้านๆ ไม่มีหลักวิชาการ
ข้อนี้จัดว่าง่ายมาก ในแง่ของการสอบผู้ช่วยฯ ถือว่าง่ายเกินไปด้วยซ้ำ เพราะประเด็นให้มาชัดเจนเหลือเกิน ลองดูแต่ละประเด็น
๑) คำถามมีว่า “ภายหลังจากการสืบพยานโจทก์นัดแรกผ่านพ้นไปแล้ว ผู้เสียหายให้นายสมชาติ ทนายความยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์โดยนายสมชาติลงลายมือในคำร้องเอง”
(ประเด็นแรกเกิดขึ้นตรงนี้ ตรงที่ข้อสอบให้ข้อเท็จจริงมาเกือบจะเฉลยให้เลยทีเดียว คือ “ทนายความลงชื่อในคำร้องขอร่วมเป็นโจทก์ได้เองหรือไม่ ซึ่งคำตอบตรงไปตรงมาตามฎีกา)
๒) คำถามมีว่า “ต่อมาได้ยื่นบัญชีระบุพยานและได้นำพยานเข้าสืบต่อจากพยานโจทก์”
(ประเด็นที่ ๒ อยู่ตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนมองข้ามไป แต่หากใครอ่านคำฎีกามาอย่างละเอียด (แม้หนังสือที่ย่อสั้นที่สุดยังมีฎีกานี้) จะรู้ทันทีว่า มีประเด็นเรื่องการยื่นบัญชีระบุพยานด้วย เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่จำเป็นต้องใส่มาในคำถาม แต่เมื่อจงใจใส่มา แสดงว่ามีประเด็นให้ตอบ อีกทั้งตอนสุดท้ายคำถามยังสรุปซ้ำว่า “ที่อนุญาตให้โจทก์ร่วมยื่นบัญชีระบุพยานและนำพยานเข้าสืบ” ชอบหรือไม่ คำตอบจึงไม่ยากนัก
๓) ประเด็นใหญ่สุดอยู่ตรงนี้ ตรงที่ลักโฉนดไปขาย อัยการจะขอให้ชดใช้เท่ากับราคาขายที่ดินได้หรือไม่ คำตอบตรงกับฎีกาที่ ๓๖๐๐/๒๕๕๓ โดยไม่มีการพลิกแพลงแต่อย่างใด
ที่มา/อ้่่างอิง : หลักและคำพิพากษากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
|