คำพิพากษาฎีกาที่ 3664/2555 คดีนี้พนักงานอัยการมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 42,500 บาท แก่ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ.มาตรา 43 แล้ว ต่อมาโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยคืนเงิน 42,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วมตาม ป.วิ.อ.มาตรา 44/1 อีก ซึ่งตามมาตรา 44/1 วรรคสาม บัญญัติว่า “ ...ในกรณีที่พนักงานอัยการได้ดำเนินการตามความในมาตรา 43 แล้ว ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่งเพื่อเรียกทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินอีกไม่ได้" ดังนี้ โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยคืนเงิน 43,500 บาท อีกไม่ได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องของโจทก์ร่วมในส่วนนี้จึงไม่ชอบ อย่างไรก็ตามดอกเบี้ยของเงิน 42,500 บาท ไม่ใช่ทรัพย์สินหรือราคาที่ผู้เสียหายสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิด แต่เป็นค่าเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย เพราะฉะนั้นพนักงานอัยการจะมีคำขอเรียกค่าดอกเบี้ยแทนโจทก์ร่วมไม่ได้ โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยชำระดอกเบี้ยของต้นเงิน 42,500 บาท ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 44/1วรรคหนึ่งได้ ซึ่งตามมาตรา 253 วรรคหนึ่ง มิให้เรียกค่าธรรมเนียมจากโจทก์ร่วม เว้นแต่ในกรณีที่ศาลเห็นว่าผู้เสียหายเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนสูงเกินสมควร หรือดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้เสียหายชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดหรือบางส่วนได้ ดังนี้ การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แก่โจทก์ร่วมด้วยนั้นจึงเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ถือเป็นการเรียกค่าสินไหมทดแทนที่สูงเกินสมควรหรือใช้สิทธิไม่สุจริต โจทก์ร่วมจึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมสำหรับการขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนดอกเบี้ยดังกล่าว