คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๖๘๕ - ๓๖๘๖/๒๕๔๖ เดิมที่ดินของโจทก์และของจำเลยที่ ๕ และที่ ๕ ต่างเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ด. ต่อมาบริษัท ด. ได้ปลูกสร้างอาคารพาณิชย์จำนวน ๑๑ คูหา ด้านหลังอาคารมีกำแพงรั้วคอนกรีตเสริมเหล็ก สูงประมาณ ๒ เมตร กั้นยาวตลอดทั้ง ๑๑ คูหา จำเลยที่ ๕ ซื้ออาคารพาณิชย์เมื่อปี ๒๕๒๕ จำเลยที่ ๕ ซื้ออาคารพาณิชย์เมื่อปี ๒๕๓๖ หลังจากซื้ออาคารแล้ว จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ได้ต่อเติมรั้วคอนกรีตเดิมซึ่งอยู่นอกโฉนดที่ดินที่ซื้อมาให้สูงขึ้นและมุงหลังคา เป็นส่วนหนึ่งของตัวอาคาร ส่วนโจทก์ซื้อที่ดินมาเมื่อปี ๒๕๓๗ ซึ่งมีเนื้อที่ครอบคลุมรั้ว คอนกรีตทั้งหมด ในกรณีรั้วคอนกรีตที่ได้มีการก่อสร้างไว้แล้วเดิมไม่มีบทกฎหมายมาตรา ใดที่จะยกขึ้นมาปรับแก่คดีได้โดยตรง ในการวินิจฉัยคดีจึงต้องอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งตามมาตรา ๔ แห่ง ป.พ.พ. และบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ที่จะปรับกับข้อเท็จจริงในคดีนี้คือ ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๑๐ ประกอบมาตรา ๑๓๑๔ ซึ่งบัญญัติให้โจทก์เจ้าของที่ดินเป็นเจ้าของสิ่งก่อสร้าง คือ รั้วคอนกรีต โจทก์จึงเป็นเจ้าของรั้วคอนกรีตเดิม ส่วนรั้วคอนกรีตที่ต่อเติมให้สูงขึ้นและสิ่งปลูกสร้างด้านหลังอาคารพาณิชย์ ของจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ที่ต่อเติมขึ้นภายหลังไม่ใช่การสร้างโรงเรือนรุกล้าเข้าไปในที่ดินของผู้อื่น หรือสร้างโรงเรือนหรือสิ่งก่อสร้างอื่นในที่ดินของผู้อื่น แม้จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ จะกระทำไปโดยสุจริต จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ก็ไม่มีสิทธิใช้ที่ดินของโจทก์ได้ ไม่ต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๑๒ และมาตรา ๑๓๑๐ ประกอบมาตรา ๑๓๑๔ จำเลยที่ ๔ และ ที่ ๕ จึงต้องรื้อออกไป
วิชา ทรัพย์-ที่ดิน (อ.สมจิตร์ ทองศรี) รวมคำบรรยายฯ 68 เล่มที 11*
|