การบรรยายคำฟ้องอุทธรณ์ฎีกา
คำฟ้องอุทธรณ์หรือคำฟ้องฎีกา ถือเป็นคำฟ้องอย่างหนึ่ง นอกจากจะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๗๒ วรรคสอง ที่ว่าต้องบรรยายให้ชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ยังจะต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตามมาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่งด้วย (คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๘๗/๒๕๔๒ (ประชุมใหญ่))
ดังนั้น คำฟ้องอุทธรณ์หรือคำฟ้องฎีกา ต้องระบุข้อเท็จจริงโดยย่อหรือข้อ กฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิงเป็นลำดับ คือ ต้องโต้แย้งคัดค้านว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ถูกต้องไม่ชอบด้วยกฎหมายในข้อใดประเด็นใด มิฉะนั้นย่อมเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่แจ้งชัดไม่ชอบด้วยมาตรา ๒๒๕ ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๓๕๓/๒๕๔๒, ๑๐๘๐/๒๕๒๗และ ๕๙๔/๒๕๕๖)
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๘๐/๒๕๒๗ ข้อบังคับของการไฟฟ้านครหลวงจำเลยที่ ๑ ระบุความรับผิดชอบของผู้ใช้ไฟฟ้าไว้ว่าจะต้องรับผิดชอบชำระค่าไฟฟ้าจนกว่าจะแจ้ง เป็นลายลักษณ์อักษรบอกเลิกหรือโอนการใช้ไฟฟ้าให้จำเลยที่ ๑ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ วัน ดังนั้น การที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าขอให้จำเลยที่ ๑ งดจ่ายกระแสไฟฟ้า ชั่วคราวสำหรับตึกแถวของโจทก์ที่ให้บุคคลอื่นเช่าจึงไม่เป็นการบอกเลิกการใช้ไฟฟ้า ตามข้อบังคับดังกล่าวหามีผลให้จำเลยที่ ๑ จำต้องปฏิบัติตามแต่ประการใดไม่ โจทก์ต้องรับผิดชอบชำระค่ากระแสไฟฟ้าที่ได้ใช้ไปในตึกแถวดังกล่าวการกระทำของจำเลยที่ ๑ ย่อมไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ฎีกาโจทก์มิได้กล่าวให้ชัดแจ้งว่าเอกสารหมาย ล.๒ ส่ง เข้ามาในสำนวนโดยผิดกฎหมายอย่างไรเพียงแต่โจทก์กล่าวอ้างขึ้นลอย ๆ มิได้อ้างอิง ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นโต้เถียงในประเด็นข้อพิพาทไว้ โดยชัดแจ้งในฎีกาจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ (เดิม) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
อ้างอิง : รวมคำบรรยายเนติฯ วิ.แพ่ง ภาค2 อ.สมชาย พงษธา เล่มที่6 สมัยที่68
|