หัวข้อ : สรุปกฎหมายล้มละลาย (ภาคปกติ) สมัยที่68 รวมคำบรรยายเนติบัณฑิต เล่มที่ 1 ครั้งที่1
หมวดหมู่ : สกัดหลัก ฎีกา 5ดาว กฎหมายล้มละลาย ฟื้นฟูกิจการ ที่น่าสนใจ







สรุป วิชา กฎหมายล้มละลาย (ภาคปกติ) สมัยที่ ๖๘

รวมคำบรรยายเนติบัณฑิต เล่มที่ ๑ ครั้งที่ ๑

---------------------------------------------------------------------

 

อ.ชีพ จุลมนต์

 

๑. หลักเกณฑ์การฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลาย บัญญัติไว้ในมาตรา ๙กล่าวคือ

มาตรา ๙ (เน้น**)  เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อ

(๑) ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

(๒) ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคน เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท และ

(๓) หนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคต ก็ตาม

 

๒. การพิจารณาถึงฐานะหรือข้อเท็จจริงอันเป็นข้อสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวตามมาตรา ๘ จะต้องเป็นข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีอยู่แล้วในเวลาที่โจทก์ฟ้องคดีล้มละลาย

มาตรา ๘ ถ้ามีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เกิดขึ้น ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

         (๑) ถ้าลูกหนี้โอนทรัพย์สินหรือสิทธิจัดการทรัพย์สินของตนให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์แห่งเจ้าหนี้ทั้งหลายของตน ไม่ว่าได้กระทำการนั้นในหรือนอกราชอาณาจักร

(๒) ถ้าลูกหนี้โอนหรือส่งมอบทรัพย์สินของตนไปโดยการแสดงเจตนาลวง หรือ โดยการฉ้อฉล ไม่ว่าได้กระทำการนั้นในหรือนอกราชอาณาจักร

(๓) ถ้าลูกหนี้โอนทรัพย์สินของตนหรือก่อให้เกิดทรัพยสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้น เหนือทรัพย์สินนั้น ซึ่งถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้วจะต้องถือว่าเป็นการให้เปรียบ ไม่ว่าได้ กระทำการนั้นในหรือนอกราชอาณาจักร

(๔) ถ้าลูกหนี้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ เพื่อประวิงการชำระหนี้ หรือมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้

ก. ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร หรือได้ออกไปก่อนแล้วและคงอยู่นอกราชอาณาจักร

ข. ไปเสียจากเคหสถานที่เคยอยู่ หรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน หรือหลบไป หรือวิธีอื่น หรือปิดสถานที่ประกอบธุรกิจ

ค. ยักย้ายทรัพย์ไปให้พ้นอำนาจศาล

ง. ยอมตนให้ต้องคำพิพากษาซึ่งบังคับให้ชำระเงินซึ่งตนไม่ควรต้องชำระ

(๕) ถ้าลูกหนี้ถูกยึดทรัพย์ตามหมายบังคับคดี หรือไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้

(๖) ถ้าลูกหนี้แถลงต่อศาลในคดีใดๆ ว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้

(๗) ถ้าลูกหนี้แจ้งให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดของตนทราบว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้

(๘) ถ้าลูกหนี้เสนอคำขอประนอมหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไป

(๙) ถ้าลูกหนี้ได้รับหนังสือทวงถามจากเจ้าหนี้ให้ชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และลูกหนี้ไม่ชำระหนี้

 

๓.  กรณีเป็นลูกหนี้ร่วม การพิจารณาว่าลูกหนี้ร่วมคนใดมีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่สามารถชำระหนี้ได้หรือไม่ เป็นเรื่องเฉพาะตัวของลูกหนี้ร่วมแต่ละคน

คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๘๒๒/๒๕๔๖ การที่จะพิจารณาว่าผู้ใดมีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ผู้ใดล้มละลายต้องพิจารณาเป็นการเฉพาะตัวของผู้นั้น จำเลย ที่ ๒ ไม่อาจอ้างว่าจำเลยที่ ๑ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินมาเป็นผลให้จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมได้รับประโยชน์ทำให้ไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัวหาได้ไม่

 

๔. หลักเกณฑ์การฟ้องคดีล้มละลายของเจ้าหนี้มีประกัน บัญญัติไว้ ในมาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๙ เจ้าหนี้มีประกันจะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลาย ได้ก็ต่อเมื่อ

         (๑) มิได้เป็นผู้ต้องห้ามมิให้บังคับการชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ เกินกว่าตัวทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน และ

(๒) กล่าวในฟ้องว่า ถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้ว จะยอมสละหลักประกันเพื่อ ประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย หรือตีราคาหลักประกันมาในฟ้องซึ่งเมื่อหักกับจำนวนหนี้ของตนแล้ว เงินยังขาดอยู่สำหรับลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท

 

๕. คำนิยามของคำว่า “เจ้าหนี้มีประกัน” บัญญัติไว้ในมาตรา ๖ กล่าวคือ

เจ้าหนี้มีประกัน** หมายความว่า เจ้าหนี้ผู้มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ในทางจำนอง จำนำ หรือสิทธิยึดหน่วง หรือเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิที่บังคับได้ทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ

ในขณะที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๕๑ บัญญัติว่า ผู้ทรง บุริมสิทธิย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ในการที่จะได้รับชำระหนี้อันค้างชำระแก่ตนจากทรัพย์สินนั้นก่อนเจ้าหนี้อื่น ๆ

ดังนั้น พอที่จะกล่าวได้ว่าเจ้าหนี้มีประกันตามกฎหมายล้มละลายก็เป็นเจ้าหนี้ บุริมสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งด้วย เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ไม่มีประกันกับเจ้าหนี้สามัญ

 

๖.  มาตรา ๑๐ (๒) เป็นบทบัญญัติสำคัญที่เจ้าหนี้มีประกันผู้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีล้มละลายจะต้องกล่าวหรือบรรยายในคำฟ้องให้ปรากฏข้อความตามที่มาตรา๑๐ (๒) บัญญัติไว้ มิฉะนั้นจะทำให้เป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลไม่รับฟ้อง โจทก์ไว้พิจารณาได้

คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๑๙๓/๒๕๕๐ พระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา ๑๐ (๒) บังคับว่า กรณีที่เจ้าหนี้มีประกันฟ้องคดีล้มละลายจะต้องกล่าวในฟ้องว่า ถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้ว จะยอมสละหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย หรือตีราคา หลักประกันมาในฟ้องซึ่งเมื่อหักกับจำนวนหนี้ของตนแล้วเงินยังขาดอยู่ สำหรับลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท คดีนี้ได้ความตามฟ้องว่าโจทก์มีทรัพย์จำนองของจำเลย ที่ ๑ และที่ ๓ เป็นประกัน โจทก์จึงเป็นเจ้าหนี้มีประกันตามมาตรา ๖ ฉะนั้น การที่จะฟ้องให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ล้มละลาย โจทก์จึงต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๐ (๒) โดย กล่าวมาในฟ้องว่าถ้าจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ล้มละลาย จะสละที่ดินหลักประกันของจำเลยที่ ๑ และ ที่ ๓ เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย หรือตีราคาที่ดินดังกล่าวมาในฟ้องซึ่งหักกับจำนวนหนี้แล้ว จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ยังคงเป็นหนี้โจทก์ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อนำราคาประเมินของทีดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ทั้งหมดรวมเข้าด้วยกันแล้วนำมาหักทอนกับจำนวนหนี้ที่จำเลยทั้งสามยังค้างชำระหลังหัก ราคาหลักประกันออกแล้วเป็นหนี้ซึ่งสามารถกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนและมีจำนวน ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามฟ้องโจทก์จึงไม่ปรากฏราคาทรัพย์จำนองที่โจทก์ได้ตีราคาไว้ เมื่อโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว ฟ้องของโจทก์ ในส่วนของจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จึงไม่ชอบที่จะรับไว้พิจารณา ที่ศาลล้มละลายกลาง รับฟ้องโจทก์ในส่วนนี้ไว้พิจารณาและมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ เด็ดขาด  เป็นการไม่ชอบ

 

๗. มาตรา ๑๐ (๒) เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ศาลก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ หรือแม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นว่ากันมา แล้วในศาลชั้นต้นก็มีสิทธิที่จะยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้





สรุปกฎหมายล้มละลาย (ภาคปกติ) สมัยที่68 รวมคำบรรยายเนติบัณฑิต เล่มที่ 1 ครั้งที่1 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 10137 ครั้ง
ลงวันที่ 09/11/2016 14:55:42





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน