คดีที่โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง
มาตรา ๑๙๙ ฉ บัญญัติว่า ในกรณีที่โจทก์มิได้ให้การแก้ฟ้องแย้งของ จำเลยภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้นำบทบัญญัติในส่วนที่ ๑ นี้ มาใช้บังคับเพียงเท่าที่เกี่ยวกับฟ้องแย้งเช่นว่านั้น โดยอนุโลม
ในคดีแพ่ง เมื่อจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดี จำเลยอาจฟ้องแย้งมาในคำให้การ หรือในคำร้องขอแก้ไขคำให้การก็ได้ โดยคำฟ้องแย้งต้องเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม พอที่จะรวมพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปด้วยกันได้ และเมื่อศาลสั่งรับฟ้องแย้งแล้ว ศาลต้องหมายเรียกให้โจทก์ยื่นคำให้การ เพราะโจทก์ตกอยู่ในฐานะจำเลยของคำฟ้องแย้ง โจทก์ต้องยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งภายในเวลากำหนด หากโจทก์ไม่ยื่นคำให้การ โจทก์ก็ตกเป็นผู้ขาดนัดยื่นคำให้การ
เมื่อโจทก์ตกเป็นผู้ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง จำเลยซึ่งเป็นโจทก์ตามฟ้องแย้ง ก็มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอต่อศาล ตามมาตรา ๑๙๘ วรรคหนึ่ง เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด หากจำเลยไม่ยื่นคำขอภายในระยะเวลาดังกล่าว ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีในส่วนของฟ้องแย้งออกจากสารบบความได้ ตามมาตรา ๑๙๘ วรรคสอง
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๓๓๐ - ๑๐๓๓๑/๒๕๕๓ เมื่อผู้ร้องไม่ยื่นคำให้การ แก้ฟ้องแย้ง ผู้คัดค้านซึ่งมีฐานะเสมือนเป็นโจทก์ฟ้องแย้งมีหน้าที่ต้องยื่นคำขอให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีในส่วนของฟ้องแย้ง ภายใน ๑๕ วัน ตามมาตรา ๑๙๘ วรรคหนึ่ง ประกอบ มาตรา ๑๙๙ ฉ ถ้าไม่ยื่นคำขอต่อศาลตามมาตรา ๑๙๘ วรรคสอง บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ แม้บทบัญญัติดังกล่าวเป็นมาตรการมิให้บุคคลผู้ยื่นคำฟ้องปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่ก็มิใช่บทบังดับศาลที่จะต้องจำหน่ายคดีเสียเสมอไป ศาลมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจที่จะสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่ก็ได้ โดยพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นรายๆ ไป ผู้คัดค้าน ฟ้องแย้งมาในคำคัดค้านในเรื่องเกี่ยวกับคำร้องขอเดิมของผู้ร้อง แสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของผู้คัดค้านว่ายังมีความประสงค์ที่จะดำเนินคดี และผู้ร้องได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการรับฟ้องแย้งว่าไม่ถูกต้องอันอาจเป็นเหตุทำให้ผู้คัดค้านเห็นว่าต้องรอคำสั่งของศาลชั้นต้นในเรื่องดังกล่าวก่อน พฤติการณ์ของผู้คัดค้านถือได้ว่ามีเหตุสมควรที่ศาลชั้นต้นไม่จำหน่ายคดีในส่วนฟ้องแย้งของผู้คัดค้าน
|