ฎีกาที่น่าสนใจ
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๒๖๒/๒๕๕๘
เมื่อจำเลยที่ ๑ ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแล้ว จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ไปส่ง บ.ที่บ้านแล้วย้อนกลับไปยังกระท่อมที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง และร่วมกับจำเลยที่ ๑ ยกร่าง ของผู้ตายขึ้นรถกระบะ ทั้งขณะที่จำเลยที่ ๑ นำฟางมาคลุมร่างของผู้ตาย และนำ ยางในรถยนต์มาวางทับ แล้วตระเตรียมน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นรถกระบะนั้น จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ย่อมคาดหมายได้ว่าจำเลยที่ ๑ จะต้องจุดไฟเผารถกระบะคันเกิดเหตุและร่างของผู้ตายเพื่ออำพรางคดี จากนั้นจำเลย ที่ ๓ ก็นั่งไปด้วยในรถกระบะที่จำเลยที่ ๑ ขับ โดยมีจำเลยที่ ๒ ขับรถอีกคันหนึ่งแล่น ติดตามไป แล้วจำเลยทั้งสามร่วมกันจุดไฟเผารถกระบะพร้อมร่างของผู้ตายขึ้งอยู่ในรถ ดังกล่าว
การที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันจุดไฟเผารถกระบะโดยเข้าใจว่าผู้ตาย ถึงแก่ความตายแล้ว เป็นการกระทำโดยมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของ ความผิด จึงไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่การกระทำของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ หาได้ใช้ ความระมัดระวังตรวจดูให้ดีก่อนว่าผู้ตายถึงแก่ความตายแล้วหรือไม่ ซึ่งบุคคลในภาวะ เช่นจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จักต้องมีตามวิลัยและพฤติการณ์ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ ความตาย และฐานร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น
ศาลฎีกาวินิจฉัยด้วยว่า ความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ตาม ป.อ. มาตรา ๑๙๙ นั้น การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานนี้ผู้กระทำจะต้องซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพซึ่งหมายความถึงร่างกายของคนที่ตายแล้ว แต่เมื่อขณะที่ผู้ตายถูกเผา ผู้ตายยังไม่ถึงแก่ความตายร่างกายของผู้ตายในขณะนั้นจึงไม่ใช่ศพ ย่อมไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือ ทำลายศพ อันเป็นองค์ประกอบความผิด การกระทำของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึง ไม่เป็นความผิดฐานดังกล่าว
สรุป (๑) ความผิดตามมาตรา ๑๙๙ จำเลยไม่ผิดเพราะ “ขาดองค์ประกอบภายนอก” (โครงสร้างข้อ ๑.๒)
(๒) ความผิดตามมาตรา ๒๘๘ แม้ “องค์ประกอบภายนอก” จะ “ครบ” แต่จำเลยไม่ผิดมาตรา ๒๕๕ เพราะ “ขาดองค์ประกอบภายใน” (โครงสร้างข้อ ๑.๓)
ข้อสังเกต
๑. จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ “ขาดเจตนา” “ฆ่า” “ผู้ตาย” เพราะ” “ไม่รู้” ว่าเป็นการ “ฆ่า” (เผา) “ผู้อื่น” (เข้าใจว่าเป็นการเผาศพ)
๒. “ขาดเจตนา” ตามหลักใน ป.อ. มาตรา ๕๙ วรรคสาม
๓. แต่มาตรา ๖๒ วรรคสอง บัญญัติ ไว้ว่าถ้า “ความไม่รู้” (ไม่รู้ว่าเผาคน คิดว่าเผาศพ) เกิดขึ้นเพราะความ “ประมาท” ผู้กระทำต้องรับผิดฐานประมาท ในที่นี้ก็คือต้องรับผิดตามมาตรา ๒๙๑ (มาจากมาตรา ๕๙ วรรคสี่ และมาตรา ๖๒ วรรคสอง)
อ้าอิง : วิชา กฏหมายอาญา มาตรา59-106 (ศอ.ดร.เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์) เล่มที่1 สมัยที่ 70
|